อันเนื่องจากเอนทรี่ที่แล้วมีแฟนๆ (ไหน?) บ่นพึม ว่าแปะแต่รูป ไหนล่ะรีพอร์ท

 

อ่ะ จัดปายยยยยยยยยยยยยจ้ะ (รูปเยอะโหลดโหดตามประสา...)

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

วันที่สองช่วงเช้าเป็นเวลาประชุม ตอนกลางวันก็กินข้าวกะผู้บริหารที่เค้ามาประชุมด้วย แล้วก็เข้าประชุมต่ออีกยก (คุยไม่จบซะที รายละเอียดแอบเยอะ) กว่าจะได้ออกจากบริษัทที่ไปคุยก็ปาเข้าไปสองโมงกว่า

 

ประชุมเสร็จ ตาอยู่ (ตาอินกะตานาไม่มา ส่งตาอยู่มาคนเดียว อิอิ) ก็ทำหน้าที่สารถี ขับรถเอาอีกะเหรี่ยงสองคนนี่ไปส่ง.. ที่บขส.! 

 

ขามา มารถไฟด่วนไฮโซวว .. ขากลับมันส่งเรากลับบขส.ซะงั้น นัยว่าสะดวกกว่า (ตรงไหน?) 

 

อันที่จริง ถ้าเป็นเรา เราก็ยังจะเลือกกลับรถไฟอยู่ดี ด้วยเหตุง่ายๆ ว่า .. มันจองตั๋วผ่านเนทได้! ถ้าปล่อยยัยสองคนนี่ให้ไปบขส.โดยตาอยู่ไม่มาส่ง มีหวังนั่งใบ้ตายอยู่ที่สถานีได้ง่ายๆ .. เพราะพนักงานขายตั๋วไม่พูดภาษาอังกฤษ... อะเกนน

 

แต่มีตาอยู่อยู่กับตัว กลัวอะไร ... ให้เค้าซื้อตั๋วให้ เจรจาต้าอ่วยเสร็จ เราจ่ายตังไป (ทีงี้ไม่ยักกะจ่ายให้แฮะ โดร่ๆ) ว่าแล้ว กะเหรี่ยงจากเมืองไทยทั้งสองตัวก็จรลีจากเมืองบ้านนา เข้าสู่มหานครโซล .. ฮิ้ว

 

ไม่ทันได้ถ่ายรูปรถบขส.บ้านเค้ามา เพราะมึนจัด ประชุมกะโก๋แก่เนี่ย เหมือนต้องใช้เซลล์สมองมากกว่าปกติประมาณเจ็ดล้านหน่วย

 

ในรถเปิดแต่ละครโคตรฮิตของบ้านเค้า (ตำนานกษัตริย์.. อะไรซักอย่างที่เมืองไทยก็มี เห็นโปสเตอร์อยู่ข้างร้านสมใจที่ ดิ โอลด์ ไปตามดูได้ (เพื่ออะไร!) ) กะเหรี่ยงไทยทั้งสองนี่ฟังที่ทีวีพูดกันก็ไม่ออกซักคำ จะนั่งดูเอาฮาก็ฮาไม่ค่อยออก จอมยุทธสมัยไหนวะซอยผมหน้าซะสวยราวกับหลุดออกมาจากเซนเตอร์พอยท์ แถมทั้งเรื่องยังทำหน้าถ่ายไม่คล่อง ใครฆ่าท่านพ่อเป็นอยู่หน้าเดียว (หรือว่านี่เป็นจุดขายของเค้า?) วิวข้างทางก็ไม่มีอะไรให้ดู (มันไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวจริงๆ สินะ...) สุดท้ายสองคนเลย.. นอน! ชดเชยกับที่พักผ่อนไม่เพียงพอมาหลายวัน

 


สองข้างทางมีแต่อย่างเนี้ย .. ยังดีที่ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี จรรโลงตาบ้าง

 

นั่งหลับๆ ตื่นๆ ซักประมาณสองชั่วโมง รถก็เลี้ยวเข้าที่พักรถ น่าจะเหมือนกับแวะปั๊มให้เข้าห้องน้ำหรือซื้อของว่างของหวานอะไรกินกันไป.. ซึ่งเราสองคนก็ ... นอน! 

 

(ตกลงมันมาคุยธุระเสร็จแล้วก็จะนอนอย่างเดียวละ)

 

 อีกเกือบสองชั่วโมงถัดมา (ซึ่งก็เรียกได้ว่าเกือบค่ำ) รถก็เริ่มเข้าสู่ตัวเมืองโซลค่ะ

 

ถามว่าอีสองตัวนี่รู้ได้อย่างไร.. ก็รู้ได้สิเพราะ.... รถมันเริ่มติด!!

 

(background music: โอ้ว กรุงโซลเมืองฟ้าาาาอมรรรรร.... ไม่ใช่ละ!) 

 

กรุงโซลเป็นเมืองที่รถเยอะมาก รถติดมากพอๆ กับกรุงเทพฯ กันเลยทีเดียวเชียว ยิ่งช่วงเร่งด่วนของเขา ประมาณห้าโมงหกโมงเนี่ย ถนนสายหลักๆ จะติดกระจายยย ชนิดเดินเอาดีกว่าเยอะ ไม่เคยไปด้วยคณะทัวร์ เลยไม่รู้ว่าปกติเจอรถติดกันบ้างรึเปล่า แต่คิดว่าเค้าน่าจะเลี่ยงรถติดให้ซักเล็กน้อยล่ะนะ

 

ฝ่ารถติดอีกประมาณครึ่งชั่วโมง เราก็มาถึง Seoul Terminal ที่หมายสุดท้ายของรถบขส.น้อยกลอยใจนี้ .. หลังจากอีสาวบ้านนาทั้งสองนางสวมวิญญาณถึกควายทุย ลากกระเป๋าลงจากใต้ท้องรถบัสด้วยตัวเอง (เพราะพูดกับแม่งไม่รู้เรื่อง - -") ก็หาทางออกสู่ถนนใหญ่ เพื่อไปโรงแรมต่อไป

 

ย้อนกลับไปที่ก่อนออกจากเมืองบ้านนา ตาโก๋แก่ก็ได้ถามเราก่อนแล้วว่าโรงแรมที่เราจะพักในโซลเนี่ย คือโรงแรมอะไร พอบอกชื่อไป ตาอยู่็ก็บอกทันทีว่ามันใกล้สถานีรถบัสนิดเดียวเอง! เดินไปยังได้เลย! 

 

แต่เมื่อเราสองคนมายืนริมถนนกรุงโซล พร้อมกระเป๋าใบเท่าควาย (กระเป๋าเปล่าเตรียมมาใส่ "ลูก" ให้ลูกๆ ทั้งหลาย เอิ๊ก)  เวลาทุ่มกว่า มืดก็มืด หนาวก็หนาว (หนาวกว่าบ้านนาน้อยคอยรักของตาโก๋อย่างเยอะ) โซลก็ไม่เคยไป เกาหลีก็พูดไม่ได้ซักคำ แผนที่ก็ไม่มี (เตรียมตัวมาดีสุดๆ เลย... เที่ยวนี้) มองซ้ายมองขวาก็ยังไม่เห็นว่าจะไปถึงโรงแรมได้ไง สุดท้ายคุณนายบ้านนอกทั้งสองเลยตัดใจ "แท็กซี่!!" เรียกไปเหอะเนอะ

 

(สาเหตุที่ตัดสินใจนาน ต้องท้าวความอีกยาววว ไปถึงครั้งที่ไปโดนแท็กซี่หลอกคิดแพงที่บาร์เซโลน่า จนถึงโดนหลอกขับวนที่มาเก๊า... เอาไว้เล่าวันหลังจ้ะ เอิ๊ก)

 

แท็กซี่เอาเราไปรถติดอีกครึ่งชั่วโมง สุดท้ายเราก็ไปถึงที่หมาย.. โรงแรมที่พักในโซล

 

แอ่นแอ๊นนนน 


 


เนี่ยค่ะ.. แบบว่า แหม... คือ ... ก็ขออยู่ดีกินดีนิดส์นุงงง 

 

 

 

ไม่ใช่ละ!

 

รวยขนาดอยู่ The Ritz ได้จริงก็ดีสิ!

 

 

 

โรงแรมที่อยู่จริงๆ อยู่ติดๆ กันจ้ะ เนื่องจากตอนที่จองมันวันพุธเข้าไปแล้ว (บินวันอังคารอีกอาทิตย์นึง .. คือล่วงหน้าแค่หกวัน XD) แล้วก็ติดนิสัยอยากได้โรงแรมที่พอจะมีเครื่องอำนวยความสะดวกนิดหน่อย แถมโรงแรมนี้มีโปรโมชั่นห้องเตียงควีนไซส์ราคาพิเศษ เลยเอาวะ แพงกว่านิดหน่อยได้แต่สี่ดาว.. เอาเหอะ

 

ก็เลยได้มาอยู่ที่โนโวเทลกลางน้ำ .. เอ้ย! กังนัม

 


สูงตระหง่าน... 

 

และเพราะนั่งรถตรงมาจากที่ประชุม สองคนเลยยังใส่ชุดแบบ Business-look เต็มที่ เลยไม่รู้สึกว่าโดดเด้งออกมาจากบรรดาแขกของโรงแรมเท่าไหร่ เพราะเหมือนโรงแรมนี้จะเป็นโรงแรมธุรกิจมากกว่า 

 

เช็คอินอย่างเร็ว แล้วก็ขึ้นไปบนห้อง พนักงานขนกระเป๋าก็เอากระเป๋าขึ้นมาให้ ตามระเบียบ

(ไม่ได้ทำการบ้านไปอีกแล้ว เลยไม่รู้ว่าเกาหลีเค้าทิปกันเท่าไหร่.. สุดท้ายเลยทำมึนทิปไปห้าพันวอน น้อยไปรึเปล่าไม่รู้ ดีกว่าไม่ได้ละกันนะน้องง)

 


สภาพในห้อง จริงๆ โซฟานั่นถ้าเบียดกันก็นอนได้อีกคนนะ นอนสามจ่ายสอง อิอิ

 



 

ตอนแรกเราก็นึกว่าโรงแรมเกาหลี จะเหมือนโรงแรมญี่ปุ่น คือไม่่ค่อยมีอะไรให้ เน้นมีที่ซุกหัวนอนก็บุญแล้ว (อย่างที่ Sunshine ก็ไม่ค่อยมีไร) แต่ที่ไหนได้ ที่นี่แบบว่า amenity กะ mini barเพียบ! จะเอาอะไรล่ะ มีหมดเลย เหล้ายาปลาปิ้ง มีแม้แต่ร่ม! ... ก็แค่ต้องจ่ายค่าร่มแพงกว่าประมาณสิบเท่าตัวเท่านั้นเอ๊งงงง

 


ไปมาหลายที่ เพิ่งเจอที่มีร่มให้ในห้องพักครั้งแรก.. ขอเก็บหน่อยเหอะ

 


ส่วนคนนี้ก็เช็คสภาพห้องน้ำตามระเบียบ

 


ทำไมแอบรู้สึกว่ากล่องใส่ทิชชู่เค้าจะต้องเป็นของจากแถวเมืองไทยเนี่ยแหละ เอิ๊ก

 

เช็คห้องเรียบร้อย ล้างหน้าล้างตานิดหน่อย เสริมเครื่องกันลมหน้าใบไม้ร่วง (มันหนาวนะ!)  แล้วก็เกิดอาการหิวหน้าสั่นนนนขึ้นมาทันใด ตัดสินใจอีกครั้งว่าจะกิน room service ในโรงแรมดี.. หรือว่าลองไปตายเอาดาบหน้าแล้วไปหาร้านที่เห็นระหว่างนั่งแท็กซี่มาดี 

สุดท้ายความอยากรู้อยากเห็นก็ชนะความล้า .. เดินลงมาขอแผนที่จาก concierge

แล้วกะเหรี่ยงจากเมืองไทยก็ไปลุยยามค่ำของกรุงโซลกัน!!

 

 

ย่าน ที่โรงแรมเราอยู่ (Gangnam) ถือเป็นย่านธุรกิจของโซลจ้ะ ถ้าเปรียบเป็นกรุงเทพฯ ก็น่าจะได้เป็่นแถวสีลม สุขุมวิท เพราะฉะนั้นตอนที่เราออกมา (ประมาณสองทุ่ม) เลยมีหนุ่มออฟฟิสสาว OL เดินกันให้ขวักไขว่

 

เดินไปได้ซักระยะ เลือกร้านไม่ได้ซะที (เพราะทริปนี้ก็เหมือนใช้เงินตัวเองไป ร้านที่ดูแพงก็ไม่อยากกิน ร้านที่ถูกหน่อยก็ไม่น่าอร่อย.. ช่างยากกกก ไม่เหมือนใช้เงินคนอื่นไปเลยแฮะ ถลุงได้ไม่ต้องคิดดด) แต่มองไปมองมาตาก็ไปสะดุดกับร้านนี้

 


มาเกาหลี .. แต่เจือกอยากกินอาหารอิตาเลียน.. เอิ๊ก

 

หลายคนอาจจะสงสัย ก็ไหนว่าพูดเกาหลีไม่ได้ แล้วสื่อสารยังไง สั่งอาหารยังไง 

 

คำตอบคือ.. ภาษาใบ้ใช้ได้ทั่วโลกจ้ะ! (ฮา) อย่างเดินเข้าไปในร้านอาหาร ชูสองนิ้วก็แปลว่า "สองคน" แล้วเมื่อเดินเข้าไปแล้ว เห็นเมนูก็.. จิ้มเอาเลยสิจ๊ะ! 

 

อีกเหตุผลหนึ่ง ที่เลือกอาหารอิตาลี เพราะ.. รู้เมนูอยู่แล้ว (มันจะต่างกันได้ซักแค่ไหนเชียว?) แล้วต่อให้ไม่รู้ ตัวอิตาเลียนมันก็ยังเป็นตัวอักษรโรมันเหมือนภาษาอังกฤษ มั่วง่ายกว่าเกาหลีเย้ออออ

 

เข้าไปนั่ง สั่งอาหารเรียบร้อย ก็เริ่มควักกล้องออกมาถ่าย

 


มองจากด้านในลงไปที่ถนน Gangnam ด้านนอก

 


รู้สึกว่าเกาหลีเป็นประเทศที่จัด Lighting ในร้านต่างๆ สวยดี

 


เป๊บซี่ที่แสนคิดถึง!!
(เกาหลีกินน้ำชาร้อนกันเป็นส่วนใหญ่จ้ะ แถวบ้านนานี่หาเป๊บซี่จะมีไม่ อีกทีก็กินเบียร์ไปเลย ฮิ้วว) 

 


หนมปังเป็นออเดิร์ฟ... ตอนแรกงง นึกว่าเค้าเอาพริกน้ำส้มมาให้กินกับหนมปัง
(จริงๆ มันซอสส้มตะหาก)

 

ระหว่างรอ คุณน้องพนักงานเสิร์ฟก็เดินหน้าตื่นเข้ามา บอกว่าพ่อครัวให้มาถามเราว่าที่เราสั่งไปน่ะ มันสี่รายการเลยนะ แล้วมากันสองคนหรือสี่คน? 

 

ไอ่เราก็งง ... ทำไมล่ะ มากันสองคนแล้วจะสั่งสี่จานมันผิดเรอะ! 

 

แต่มองไปโต๊ะรอบตัว ... เอ่อ จริงด้วย สาวๆ เกาหลีเนี่ย ถ้าเป็นผู้หญิงมากันสองคน เค้าสั่งแค่สลัดจานเดียวมาแบ่งกันด้วยซ้ำ...

 

มันจะไปพอยาไส้อะไรล่ะคะ!!!! 

 

สุดท้ายก็ยืนยันกับน้องพนักงานที่ทำหน้าเหมือนเห็นปอบว่า.. ใช่ค่ะ มาสองคนพี่จะสั่งสี่จานค่ะ.. พร้อมยิ้มหวาน

 

เออ ... จะว่าเป็นปอบลงก็ได้ หิวนี่หว่า มื้อกลางวันกินกับประธานบริษัทบ้านนา มันก็กระมิดกระเมี้ยนกิน จะไปอิ่มอะไร แล้วก็หลายชั่วโมงแล้วนะ! 

 

แล้วก็ไม่ผิดหวังเลยล่ะ อาหารทุกจานอร่อยโฮกกกก แบบ อร่อยโฮกกกก ไม่ได้บอกว่าอร่อยเพราะหิวด้วย เพราะมันอร่อยจริงๆ 

 


มอลซาเรลล่าชีสทอด .. ออเดิร์ฟๆ

 


คาโบนาร่า!
(มันน่ายุให้ คุณคนนี้ เขียนหนังสือ "คาโบนาร่าห้าทวีป" นัก.. ไปไหนก็สั่งแต่ไอ่จานเนี๊ยะ)

 


ริซอตโตทะเลรวม!
(ไม่ใช้เอฟเฟกท์! ไม่ใช้ตัวแสดงแทน! หอยเป็นหอย! กุ้งเป็นกุ้ง! ปลาหมึกเป็นปลาหมึก!)

 


ออมมุไรซ์

 

ผ่านไปไม่ถึงสี่สิบห้านาที ... สภาพบนโต๊ะก็กลายเป็นอย่างนี้

 


ประหนึ่งแร้งลง...

 


ของแถมฟรี.. พอเ็ห็นว่ากินเสร็จคุณพนักงานก็เอามาให้เลย .. อร่อยด้วย!

 

กินเสร็จก็หนังท้องตึงหนังตาหย่อน เดินอืดๆ ผ่านถนนที่มีของขายข้างทางกลับโรงแรมอย่างไม่คิดจะชอป.. 

 

แล้วก็ได้รู้ว่า... 

 

ลืมขาตั้งกล้อง!

 


ถ่ายไปเกือบสิบ กว่าจะได้อย่างนี้...

 

หมดไปอีกหนึ่งวันจ้ะ

 

(ท่าทางจะเครียดจริง .. ปรับรูปอัพบล๊อกอย่างคนหนีความจริงกันเลยทีเดียว)

 

(ขี้เกียจทำลายน้ำ แต่อาศัยว่ารูปเล็ก ... ใครจะเอาไปใช้อะไรก็บอกก่อนละกันนะ ไม่งั้นมีหนาววจ้ะ)