ขวาง+คอส
posted on 21 Apr 2006 02:24 by appassionata in treated-thoughts
ช่วงนี้เป็นโรคอะไรไม่รู้ อ่านอะไรก็จะออกแนว อ่านไปขวางไปกับเค้าซะหมด
ประกาศของเวบมาสเตอร์ อ่านแล้วก็เห็นด้วยบ้าง ไม่เห็นด้วยบ้าง (ครือ เพ่เขียนบล๊อกมาหลายปีอยู่ ก็ไม่เคยเห็นฝรั่งเค้าต้องแยกเด็ดขาดว่าอันนี้เป็นบล๊อก อันนี้เป็นไดอารี่เลยอ่ะ... แง่ม)
ไปอ่านอันนี้มา ก็คิดค้านกับเค้าไปได้หลายประเด็นอยู่
ไม่เถียงหรอก ว่าคอสเพลย์มีข้อดีเยอะ
แต่ข้อเสียที่พี่(?)คนเขียนพยายามเปลี่ยนให้เป็นข้อดี อ่านด้วยสายตาคนขวางๆ อย่างเรา เราก็ว่ามันแถกไปน่ะ
ความที่ตัวเองก็คอสบ้าง คนใกล้ตัวคอสก็เยอะ เราเองก็ไม่ค่อยเห็นหรอกนะ ข้อเสียของคอสเพลย์
แต่เคยคุยกับเพื่อนที่มันเรียนจิตวิทยา .. มันก็บอกมาเหมือนกัน ว่าคนที่เล่นอะไรอย่างนี้มากเกินไป ย้ำ! เล่น "มากเกินไป" อาจจะมีแนวโน้มที่จะใช้ชีวิตที่เหมือนอยู่ในโลกแห่งจินตนาการมากกว่าความเป็นจริง
แล้วเมื่อถึงเวลาจะต้องกลับมาในโลกแห่งความเป็นจริง จะเกิดอาการรับไม่ได้ ทำไม่ได้ แล้วก็ถอยกลับไปอยู่ในโลกสมมติของตัวเอง หรืออยู่แต่ในกลุ่มเฉพาะของตัวเองอีก
อย่าลืมนะคะ ว่า "คนส่วนใหญ่" ของสังคมซังกะบ๊วยนี่ เป็นคนที่ชาตินี้ไม่เคยได้ยินคำว่า "คอสเพลย์" ด้วยซ้ำ
การใส่ "คอสเพลย์" ลงไปใน resume สมัครงาน เป็นดาบสองคมที่คมร้ายมากกว่าคมดี
บริษัทต่างๆ ชอบคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ แต่ไม่ชอบคน "แปลก" และ "ขวางโลก" (นอกจากคุณจะเจ๋งชิบจริงๆ นั่นก็ว่าไม่ได้นะคะ)
ที่คุณพี่(?) คนนั้นเขียนไว้ว่า มันมีข้อดี คือช่วยให้เด็กกล้าแสดงออก เขียนไปถึงโน้นน เผื่อจะทำงานวงการบันเทิง
อืมมม อันนี้ก็ไม่รู้นะคะ แต่คนทุกคนไม่ได้ชื่อพัดชานะคะ ฮ่า
จากประสบการณ์กับงานบริษัท ที่แม้จะไม่ใช่โมเดลลิ่งแต่ก็มีธุระจะต้องใช้บริการพริตตี้เป็นอันบ่อย ซึ่งก็ถือเป็นก้าวแรกในงาน "วงการบันเทิง" ที่ใช้ทั้งความกล้าแสดงออกและความสวยเนี่ย ... "ความแปลก" มักจะไม่ใช่หนึ่งในคุณสมบัติของพริตตี้ที่บริษัททั่วไปจะเลือก
"ความเป็นตัวของตัวเอง" ก็ไม่ใช่เหมือนกัน เพราะว่าพริตตี้ไม่ได้มีหน้าที่เป็นตัวของตัวเอง พริตตี้มีหน้าที่สวยเพื่อให้คนเข้ามาดูสินค้าที่จ้างมา เรียกคนเข้าซุ้มเพื่อให้ผลพลอยได้คือความสนใจในตัวสินค้า
ถ้าเป็นตัวของตัวเองมากไป จะเกิดอาการรับไม่ได้เมื่อถูกสั่งให้ทำโน่น ทำนี่ แต่งตัวอย่างนั้น อย่างนี้ พูดจาอย่างนั้น อย่างนี้ ซึ่งการแสดง หรืองานวงการบันเทิง ส่วนใหญ่ก็เป็นอย่างนี้ทั้งนั้น ต้องเล่นบทอะไรซักอย่างตามใบสั่ง
แล้วนักคอสเพลย์ซึ่งส่วนใหญ่มีความเป็นตัวของตัวเอง ฉันจะทำอย่างนี้ใครจะทำไม สูงมาก จะทำได้ยังไง?
อย่างดีก็เป็นการแสดงเปิดตัว แต่ไม่สามารถจะทำงานทั้งงานได้
หากยิ่งเป็นนักคอสเพลย์ที่มีสองบุคลิก จะกล้าขึ้นมาเฉพาะเวลาใส่ชุดคอส (เหมือนเซนต์ทั้งหลายใส่ชุดครอสรึเปล่าอันนี้ก็ไม่ทราบนะคะ อิอิ) นั่นยิ่งแล้วใหญ่อ่ะ เราว่า
สรุปว่าคอสเพลย์ไม่ดี?
เปล่า...
แต่คอสเพลย์ก็เหมือนทุกอย่างแหละ ทำอะไรต้องพอดีๆ อย่าไปอินอะไรกันมากมาย
ถ้าคอสแล้วแบ่งเวลาได้ ไม่ถึงกับโดดเรียน(พิเศษ)ไปซื้อผ้า ทำออปชั่น ก็แล้วไป
ถ้ามีเงินถุงเงินถังอยู่แล้ว ยิ่งเป็นเงินงานพิเศษที่ไม่ใช่เงินพ่อเงินแม่ ก็ทำไปเถอะ
แต่ที่เห็นบางคน .. ... นั่นแหละนะ รู้กัน ไม่ต้องพูดใช่มั้ย
สรุปแล้วก็ต้อง "คอสอย่างมีสติ" นั่นเอง ...
ว่าแล้วก็......... พรุ่งนี้เราจะไปซื้อผ้า กรั่กๆ
(อย่าแปลกใจ มันออกมาได้ล๊อยลอยขนาดนี้ เพราะตอนนี้เกือบตีสาม เพิ่งปั่นงานเสร็จ แล้วก่อนหน้านี้ตอนกลางวันบ้งเบ๊งกับแม่ แล้วโดนหมอกรอฟันอีกหลายซี่ สมองมันเลยลักปิดลักเปิดอย่างนี้นี่เอง)
ประกาศของเวบมาสเตอร์ อ่านแล้วก็เห็นด้วยบ้าง ไม่เห็นด้วยบ้าง (ครือ เพ่เขียนบล๊อกมาหลายปีอยู่ ก็ไม่เคยเห็นฝรั่งเค้าต้องแยกเด็ดขาดว่าอันนี้เป็นบล๊อก อันนี้เป็นไดอารี่เลยอ่ะ... แง่ม)
ไปอ่านอันนี้มา ก็คิดค้านกับเค้าไปได้หลายประเด็นอยู่
ไม่เถียงหรอก ว่าคอสเพลย์มีข้อดีเยอะ
แต่ข้อเสียที่พี่(?)คนเขียนพยายามเปลี่ยนให้เป็นข้อดี อ่านด้วยสายตาคนขวางๆ อย่างเรา เราก็ว่ามันแถกไปน่ะ
ความที่ตัวเองก็คอสบ้าง คนใกล้ตัวคอสก็เยอะ เราเองก็ไม่ค่อยเห็นหรอกนะ ข้อเสียของคอสเพลย์
แต่เคยคุยกับเพื่อนที่มันเรียนจิตวิทยา .. มันก็บอกมาเหมือนกัน ว่าคนที่เล่นอะไรอย่างนี้มากเกินไป ย้ำ! เล่น "มากเกินไป" อาจจะมีแนวโน้มที่จะใช้ชีวิตที่เหมือนอยู่ในโลกแห่งจินตนาการมากกว่าความเป็นจริง
แล้วเมื่อถึงเวลาจะต้องกลับมาในโลกแห่งความเป็นจริง จะเกิดอาการรับไม่ได้ ทำไม่ได้ แล้วก็ถอยกลับไปอยู่ในโลกสมมติของตัวเอง หรืออยู่แต่ในกลุ่มเฉพาะของตัวเองอีก
อย่าลืมนะคะ ว่า "คนส่วนใหญ่" ของสังคมซังกะบ๊วยนี่ เป็นคนที่ชาตินี้ไม่เคยได้ยินคำว่า "คอสเพลย์" ด้วยซ้ำ
การใส่ "คอสเพลย์" ลงไปใน resume สมัครงาน เป็นดาบสองคมที่คมร้ายมากกว่าคมดี
บริษัทต่างๆ ชอบคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ แต่ไม่ชอบคน "แปลก" และ "ขวางโลก" (นอกจากคุณจะเจ๋งชิบจริงๆ นั่นก็ว่าไม่ได้นะคะ)
ที่คุณพี่(?) คนนั้นเขียนไว้ว่า มันมีข้อดี คือช่วยให้เด็กกล้าแสดงออก เขียนไปถึงโน้นน เผื่อจะทำงานวงการบันเทิง
อืมมม อันนี้ก็ไม่รู้นะคะ แต่คนทุกคนไม่ได้ชื่อพัดชานะคะ ฮ่า
จากประสบการณ์กับงานบริษัท ที่แม้จะไม่ใช่โมเดลลิ่งแต่ก็มีธุระจะต้องใช้บริการพริตตี้เป็นอันบ่อย ซึ่งก็ถือเป็นก้าวแรกในงาน "วงการบันเทิง" ที่ใช้ทั้งความกล้าแสดงออกและความสวยเนี่ย ... "ความแปลก" มักจะไม่ใช่หนึ่งในคุณสมบัติของพริตตี้ที่บริษัททั่วไปจะเลือก
"ความเป็นตัวของตัวเอง" ก็ไม่ใช่เหมือนกัน เพราะว่าพริตตี้ไม่ได้มีหน้าที่เป็นตัวของตัวเอง พริตตี้มีหน้าที่สวยเพื่อให้คนเข้ามาดูสินค้าที่จ้างมา เรียกคนเข้าซุ้มเพื่อให้ผลพลอยได้คือความสนใจในตัวสินค้า
ถ้าเป็นตัวของตัวเองมากไป จะเกิดอาการรับไม่ได้เมื่อถูกสั่งให้ทำโน่น ทำนี่ แต่งตัวอย่างนั้น อย่างนี้ พูดจาอย่างนั้น อย่างนี้ ซึ่งการแสดง หรืองานวงการบันเทิง ส่วนใหญ่ก็เป็นอย่างนี้ทั้งนั้น ต้องเล่นบทอะไรซักอย่างตามใบสั่ง
แล้วนักคอสเพลย์ซึ่งส่วนใหญ่มีความเป็นตัวของตัวเอง ฉันจะทำอย่างนี้ใครจะทำไม สูงมาก จะทำได้ยังไง?
อย่างดีก็เป็นการแสดงเปิดตัว แต่ไม่สามารถจะทำงานทั้งงานได้
หากยิ่งเป็นนักคอสเพลย์ที่มีสองบุคลิก จะกล้าขึ้นมาเฉพาะเวลาใส่ชุดคอส (เหมือนเซนต์ทั้งหลายใส่ชุดครอสรึเปล่าอันนี้ก็ไม่ทราบนะคะ อิอิ) นั่นยิ่งแล้วใหญ่อ่ะ เราว่า
สรุปว่าคอสเพลย์ไม่ดี?
เปล่า...
แต่คอสเพลย์ก็เหมือนทุกอย่างแหละ ทำอะไรต้องพอดีๆ อย่าไปอินอะไรกันมากมาย
ถ้าคอสแล้วแบ่งเวลาได้ ไม่ถึงกับโดดเรียน(พิเศษ)ไปซื้อผ้า ทำออปชั่น ก็แล้วไป
ถ้ามีเงินถุงเงินถังอยู่แล้ว ยิ่งเป็นเงินงานพิเศษที่ไม่ใช่เงินพ่อเงินแม่ ก็ทำไปเถอะ
แต่ที่เห็นบางคน .. ... นั่นแหละนะ รู้กัน ไม่ต้องพูดใช่มั้ย
สรุปแล้วก็ต้อง "คอสอย่างมีสติ" นั่นเอง ...
ว่าแล้วก็......... พรุ่งนี้เราจะไปซื้อผ้า กรั่กๆ
(อย่าแปลกใจ มันออกมาได้ล๊อยลอยขนาดนี้ เพราะตอนนี้เกือบตีสาม เพิ่งปั่นงานเสร็จ แล้วก่อนหน้านี้ตอนกลางวันบ้งเบ๊งกับแม่ แล้วโดนหมอกรอฟันอีกหลายซี่ สมองมันเลยลักปิดลักเปิดอย่างนี้นี่เอง)
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ขออีกนิด....................- ไปทำฟันแก้กลุ้มมา คุณหมอที่น่ารักเลยฉลองศรัทธาทำทีเดียวเกือบสองชั่วโมง อุดไปห้าซี่ ... ค่าทำฟันตัดชุดได้หนึ่งชุด(ใหญ่ๆ)ถ้วน .. เฮ้อ
- เดี๋ยวนี้โรตีบอยแถวสั้นจัง ...
- พี่ปลาคะ : ตอบเรื่องดงบังชินกิ มัน cover กลุ่มเีดียวกัน แต่กลุ่มที่เต้นเป็นคนละกลุ่มคับ อันนี้เป็นลักเพศหนึ่ง ชายสี่ ส่วนที่ดูวันนั้นเป็น ญ. หมดนะ โรงเรียนเราโต้ย (น้องมันบอกว่าอย่างน้อยหนึ่งคนในนั้นอยู่ชั้นเดียวกันกับมัน ก็คือขึ้นม.4 อ่ะ)
- ส่วนเรื่องวิก มันร้านไหนเน้? จะได้ไปยลเสียหน่อย (ยัง! ไปยลเฉยๆ ไม่ได้หมายความว่าจะไปแต่งด้วยน๊าาา ขอคิดดูก่อง อิอิ)
- Animal Winter Game น่ารักโคตรๆ ... เข้าใจแล้วว่าทำไม เพื่อนโมจิ๊ ถึงชอบแปลชีวิตสัตว์โลก ก็มันลงเวลาง่ายกว่ากันเห็นๆ เลยนี่หว่า...
- เรื่องต่อไป... Space Race .. มันจะ Race ไปให้ถึง Galaxy Far, Far Away ได้ม๊ายยยยยยย
- ขับรถในกรุงเทพฯ สิ่งที่อันตรายที่สุดกลับไม่ใช่มอ'ไซค์ แต่เป็นแท๊กซี่กับตุ๊กตุ๊กต่างหาก .. (แถมซาเล้งกับคนข้ามถนนที่ชอบจอดไม่มีไฟ/วิ่งตัดหน้ารถตอนกลางคืนด้วย)