[HP fic แปล] Alpha Watch I: Sin For Me [HP/DM] [R] - Part 2.1/3

posted on 22 Feb 2008 15:52 by appassionata  in fanci-fic

ว่ากันว่า ยิ่งยุ่งจะยิ่งไม่อยากทำงาน แฮ่

ว่าแล้วก็ แปะฟิกกันเถิดจะเกิดผลค่ะ อันเนื่องจากว่าดองไว้นานละ ไม่เอามาแปะเพราะมันติดฤดูเลือกตั้ง เดี๋ยวจะมีใครคิดเอาจริงจัง เอาพล๊อตไปใช้กับการเมืองจริงละเรื่องใหญ่เลย

แต่.. เดรโกจะเป็นลุงจมูกบานเรอะ??? ม่ายยยยยยย

ว่าแล้วก็ เลิกเพล่ม แปะกันเลยดีกว่า คราวนี้ไม่มีตัดไปอ่านในบอร์ดนะคะ แต่ว่าถ้าจะเมนท์ เมนท์ในบอร์ดก็จะดีค่ะ

 

(ยังซ่อมระบบสมัครสมาชิกไม่เสร็จเลย แง๊!!)

 

===================================================

Title: Alpha Watch I: Sin For Me
Part: 2.1/3
Author: furiosity (แปลโดย D.M. โดยได้รับอนุญาตจากผู้เขียนแล้ว)
Pairing: Harry/Draco
Rating: R
Summary: แฮร์รี่ไม่เคยคิดว่าสันติภาพจะคงอยู่ตลอดกาลนาน ดัมเบิลดอร์สอนเขาไว้ดีกว่านั้น แต่เขาแค่ไม่คิดว่าสงครามครั้งใหม่จะเริ่มต้นขึ้นในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน หลังการตายของโวลเดอมอร์ เขาไม่เคยนึกฝันว่าสงครามครั้งใหม่นี้จะเป็นเรื่องสงครามส่วนตัวของชาย หนึ่งคนต่อสู้กับระบบ โลกเวทย์มนตร์คือระบบนั้น และแฮร์รี่คือชายคนนั้น

Part 1.1 | Part 1.2 | Part 1.3

===================================================


ลอนดอน เลขที่สิบสอง กริมโมลด์เพลส

เช้าวันถัดมาเริ่มต้นขึ้นด้วยท้องฟ้าสีหม่นพร้อมฝนพรำ บทนำของพายุที่เริ่มตั้งเค้าส่งเสียงคำรามก้องมาจากที่ไกลๆ แฮร์รี่เบือนหน้าจากหน้าต่างและเหลือบตามองเตียงในห้อง ผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ราวกับผ่านค่ำคืนพิสวาสมา แต่แฮร์รี่ไม่ได้มีคืนแบบนั้นมานานแล้ว ความลุ่มหลงที่เขามีต่อมัลฟอยไม่ได้บรรเทาลงดั่งที่เขาหวังไว้ บางครั้งแฮร์รี่ถึงกับคิดว่าจะลองไปเยี่ยมชม 'เฮาส์ออฟคาร์ด' และหาคนที่จะมาช่วยแก้ความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองได้ แต่สุดท้ายเขาก็รู้ว่ามันคงจะไม่ใช่การกระทำที่ฉลาดนัก ผู้คนมีปาก และแฮร์รี่ พอตเตอร์ควรจะเป็นคนที่มีศีลธรรมสูงส่งที่สุด อีกอย่าง เขาไม่จำเป็นต้องไปตามที่แบบนั้นหากเขาต้องการหา ผู้หญิง สักคน เขาแค่ต้องการมัลฟอย และคงทำอะไรไม่ได้นอกจากรอให้มีใครคนอื่นผ่านเข้ามาไล่ความบ้านี้ออกไปจากสมอง

พูดถึงมัลฟอย อีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเขาจะมาถึงแล้ว แฮร์รี่เพิ่งรู้ตัวหลังจากเหลือบมองนาฬิกาที่ผนัง เขาอาบน้ำและแต่งตัวอย่างรวดเร็วและแทบไม่มีเวลาทานอาหารเช้าให้เสร็จก่อนที่มัลฟอยจะก้าวออกมาจากเตาผิงในห้องครัว งานเลี้ยงเมื่อคืนนี้ยาวต่อไปจนดึกดื่นค่อนคืน แต่มัลฟอยไม่ดูเหนื่อยเลย ไอ้บ้าตาใสแสนเจ้าเล่ห์

แฮร์รี่เฝ้าดูเงียบๆ ระหว่างที่มัลฟอยมองไปรอบๆ เตาผิงในห้องวาดภาพของแฮร์รี่เกิดอาการที่จะเล่นดนตรีร็อคของมักเกิ้ลตลอด เวลาจนแฮร์รี่ต้องตัดการเชื่อมต่อกับเครือข่ายฟลูเป็นการชั่วคราว มัลฟอยดูไม่ได้ประทับใจอะไรกับห้องครัวเหมือนกับที่ห้องวาดภาพ ก็ไม่น่าแปลกใจหรอก เพราะที่นี่ไม่มีตู้กระจกที่เต็มไปด้วยมรดกของพวกเลือดบริสุทธิ์ให้ดูนี่

"ชามั้ย?" แฮร์รี่ถาม

มัลฟอยหันมาหาเขา "ทำให้มันจบๆ ไปดีกว่า" เขาพูด

แฮร์รี่ลุกขึ้น เสียงเก้าอี้ครุดพื้นเป็นทาง "ได้ แต่เราไม่ได้อยู่ที่นี่กันหรอกนะ ขึ้นไปข้างบนกัน เราต้องใช้กุญแจนำทาง"

ทั้งสองเดินขึ้นไปที่ห้องวาดภาพ ผ่านช่องโหว่บนผนังที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่แขวนภาพของคุณนายแบล๊ก ผ่านผนังไร้สีสันซึ่งยังมีร่องรอยของแผ่นปักหัวเอลฟ์ประจำบ้านที่ครั้งหนึ่งเคยแขวนอยู่ตรงนั้น เป็นครั้งแรกที่แฮร์รี่รู้สึกอายกับสภาพซ่อมซ่อของบ้านที่มัลฟอยต้องมาเห็น โดยเฉพาะเมื่อเขาได้เห็นคฤหาสน์หรูของอีกฝ่ายแล้ว แฮร์รี่แอบเขกหัวตัวเองในใจ จะแคร์อะไรกับความคิดเห็นของมัลฟอยต่อบ้านเขา? แค่เพราะเขาอยากเอามัลฟอยจนหน้ามืดไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องสร้างความประทับใจด้วยศิลปะการตกแต่งบ้านสักหน่อย

แฮร์รี่มัวแต่จมอยู่กับความคิดของตัวเองจนลืมมองทางที่เดิน เขาสะดุดขั้นบันไดบ้านตัวเองและทำท่าจะตกลงมา เขายื่นแขนออกไป พยายามหาที่ยึด และคว้าได้เสื้อคลุมของมัลฟอย มัลฟอยทำเสียงไม่พอใจในลำคอก่อนที่จะหมุนตัวกลับมา แต่น้ำหนักของแฮร์รี่กลับถ่วงเขาลงมาและทั้งสองก็ตกลงมากองอยู่กับพื้น มัลฟอยทับบางส่วนอยู่บนลำตัวของเขา มือข้างขวาของแฮร์รี่ยังกำเสื้อคลุมเขาไว้แน่น ที่แย่ที่สุดก็คือ หลังจากการเฝ้าปรารถนาให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาหลายวัน เมื่อมันเกิดขึ้นจริงๆ แฮร์รี่จึงไม่อยากขยับเคลื่อนไหว ไม่อยากแม้แต่จะหายใจ

มัลฟอยพยายามลุกขึ้นพลางบ่น "ยังเดินได้งามสง่าเหมือนเดิมเลยนะ พอตเตอร์"

แฮร์รี่ปล่อยตัวเขาและลุกตามไป รู้สึกเสียดายสัมผัสจากความใกล้ชิดนั้นเกินควรไปมากทีเดียว มันไม่พอ ไม่มีวันพอสำหรับเขา แฮรรี่เพิ่งรู้ตัว ในความเงียบนั้นเขาก้าวสั้นๆ เข้าประชิดตัวมัลฟอยที่ยืนปัดเสื้อคลุมอยู่ ใบหน้านั้นเงยขึ้นเมื่อรู้สึกว่าแฮร์รี่ขยับเข้ามาใกล้ ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างด้วยความตกใจ “พอตเตอร์ ทำอะ...”

แฮร์รี่ผลักร่างของเขาเข้ากับกรอบประตูพร้อมกับแนบแก้มเข้ากับมัลฟอย “ทำนี่” เขากระซิบ แทบไม่รู้สึกตัวว่าพูดอะไรออกไป สมองของเขาพร่ามัวไปชั่วขณะเมื่อรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ และให้ตายห่าเถอะ ยังไงเรื่องมันก็จะยุ่งยากมากอยู่แล้วไม่ว่า “นี่” จะส่งผลมาเป็่นอย่างไร

“คิดว่าคงจะขีดฆ่า ‘คนเกลียดเกย์ขี้โมโห’ ออกจากรายการนิสัยของนายได้แล้วนะ” มัลฟอยพึมพำ เขาไม่ได้ขยับและไม่ได้พยายามผลักไสแฮร์รี่ และนั่นทำให้เขาทั้งยินดีและทำให้กลัวจนนั่งงันไปในขณะเดียวกัน

“ฉันว่านั่นมันขั้นเดียวเหนือความเลวร้าย แถมเป็นขั้นที่ไม่มั่นคงด้วยนะ” รอนพูดขึ้นจากภาพเขียน

แฮร์รี่ปล่อยร่างของมัลฟอยและหันหลับไปทันที ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความอาย “โทษทีเพื่อน ฉัน..”

“ลืมว่าฉันอยู่ตรงนี้ เข้าใจ” รอนตอบพร้อมกลอกตา

“เราจะช่วยไปต่อกันที่อื่นที่ไกลจากเพื่อนผู้มีแนวโน้มจะชอบแอบดูของนายหน่อย ได้มั้ย” มัลฟอยถามขึ้น น้ำเสียงราวกับเขาหายใจไม่ทัน รอนทำหน้าล้อเขา แฮร์รี่หลบตาทั้งคู่ อยู่ดีๆ ก็เกิดไม่รู้ขึ้นมากระทันหันว่าจะทำอย่างไรดี

“เราต้องไปที่อื่นก่อน” เขาพูดขึ้น พยายามจะรวบรวมสติกลับมา เขาไม่กล้ามองมัลฟอยหรือรอน เมื่อวานนี้เขายังนั่งมองมัลฟอยเต้นรำกับแพนซี่ พาร์กินสันและแอบคิดอะไรไม่ค่อยดีไม่ค่อยงามกับชายคนนั้น แต่วันนี้เขาเองกลับละเมิดกฏทุกข้อในโลกนี้ที่เกี่ยวกับความใกล้ชิดที่ผู้ชายสองคนควรจะมีให้แก่กัน และที่แย่ที่สุดก็คือเขาไม่ได้เสียใจเลย

“ไปเถอะ” เขาพูดและเดินตรงเข้าไปยังตู้ที่เขาใช้เก็บกุญแจนำทางที่ทำงานเองได้

กุญแจนำทางครั้งนี้เป็นเหรียญทองใหม่เอี่ยมขนาดเดียวกับเหรียญแกลลอน กดตรงกลางแล้วปล่อยจะพาผู้ถือไปที่ศูนย์บัญชาการ “เดี๋ยวพอนายเข้าร่วมกับอัลฟ่าก็จะได้เป็นของตัวเองนะ” เขาบอกมัลฟอยที่หัวเราะหึขึ้นมาทันที

“อัลฟ่า? ชื่อนี่ลูปินเป็นคนต้นคิด หรือว่านายคิดขึ้นมาได้ด้วยตัวเองล่ะเนี่ย?”

แฮร์รี่หันไปมองเขา ไม่เข้าใจ “หมายความว่าอะไร?”

มัลฟอยส่ายหน้า “ช่างมันเถอะ”

::

ลอนดอน ศูนย์บัญชาการอัลฟ่า

เดรโกมองหน้าของกลุ่มคนที่อยู่ในห้องหลังคาไม้ต่ำๆ นั้น ทีมคนชั้นยอดของพอตเตอร์ แต่ในสายตาของเขา คนในห้องนี้ดูเหมือนอยู่ในสวนสัตว์มนุษย์มากกว่า

ลูน่า เลิฟกู๊ด ผู้หญิงที่เปิดใจกว้างเสียจนเราอาจจะได้ยินเสียงลมที่พัดผ่านระหว่างหูสองข้างของเธอได้ เนวิลล์ ลองบอทท่อม ชายซึ่งมีคุณสมบัติเลื่องชื่อหลายอย่าง ที่เด่นมากคือความไร้ความสามารถของเขา เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ หญิงซึ่งความเจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างร้ายกาจถูกปกปิดไว้บางเบาด้วยสมองปราดเปรื่องและรอยยิ้มเปิดเผย ซูซาน โบนส์ ที่ยังถักผมเหมือนเด็กๆ แต่ดวงตาของเธอเยือกเย็นยิ่งกว่าดวงตาหญิงแก่เสียอีก รีมัส ลูปิน มนุษย์หมาป่าเชื่องๆ ที่มีเลือดของสเนปเปื้อนมือ เทอรี่ บู๊ท ชายไร้ความน่าสนใจที่ครั้งหนึ่งเคยสาปเดรโกจนกลายเป็นวุ้นบนรถไฟสายฮอกวอตส์เอ็กเพรส ซึ่งนั่นไม่ได้ทำให้เดรโกอยากจะเป็่นเพื่อนกับเขาขึ้นมาเท่าไหร่ คิงสลีย์ เชคเคิลโบลท์ ชายร่างใหญ่เหมือนหมีที่ดูนิ่งเสียจนบางทีเดรโกสงสัยว่าเขามีชีวิตหรือเปล่า นิมฟาดอร่า ทองส์ ผู้หญิงผมสีชมพูกับท้องที่โตจนซ่อนไม่อยู่ มือปราบมาร และยังเป็นญาติของเดรโก แม้เดรโกจะไม่ค่อยรู้สึกว่ามันช่วยอะไรเท่าไหร่ เบลซ ซาบินี่ น่าจะเป็นคนสติปกติคนเดียวจากทั้งกลุ่ม แม้สติอาจจะไม่ใช่เรื่องดีเท่าใดนักหากเอามาสวามิภักดิ์ให้พอตเตอร์ มีอีกสองหน้าที่เดรโกไม่รู้จัก สิบสองคนรวมทั้งพอตเตอร์ด้วย และเดรโกกำลังจะต้องเป็นหนึ่งในพวกเขา

แต่ไม่ใช่หรอก เขาเพิ่งรู้สึกตัวเมื่อมองตาคนแต่ละคนในห้องนั้น ทุกคนอยู่ที่นี่เพราะพวกเขาเชื่อใจพอตเตอร์ และพอตเตอร์ก็เชื่อใจพวกเขา แต่เดรโกต้องมาอยู่ที่นี่เพราะไม่มีใครเชื่อใจเขา เขาจะไม่มีวันเป็นส่วนหนึ่งของคนกลุ่มนี้ได้ ไม่มีวัน การที่เขาจะได้เข้าไปอยู่ในกลุ่มนั้นเป็นเพียงแค่การป้องกันอันตราย เป็นเพียงพิธีการที่ไม่ได้มีความหมายอะไร คนทุกคนในนี้อยากให้เขาหายตัวไปทันทีที่เขาหมดประโยชน์ พอตเตอร์ตั้งใจทำให้เขาเข้าใจผิดตั้งแต่วันที่เขาโผล่หน้าไปที่อะรูบ้า ตั้งใจหลอกให้เดรโกเชื่อว่าเขามีทางเลือก และตอนนี้เขากำลังจะมัดมือให้มั่นใจว่าเดรโกจะไม่ทรยศเขา ฉลาดมาก – เดรโกต้องยกให้เขา เขาเองก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมจ้าวแห่งความมืดจึงไม่ได้ใช้คำปฏิญาณสวามิภักดิ์ในการผูกมัดเหล่าผู้เสพความตายไว้กับตัว นั่นจะทำให้ทุกคนไม่สามารถจะทรยศต่อเขาได้นอกเสียจากว่าผู้ทรยศนั้นจะไม่เสียดายชีวิตอีกต่อไปแล้ว แต่ให้ตายเถอะ เดรโกจะไม่นั่งเฉยๆ รอให้พอตเตอร์ชักใยเขาหรอก

เกรนเจอร์ลุกจากเก้าอี้ “มัลฟอย” เธอทัก

“เช้านี้อากาศดีนะ” เดรโกตอบ “รีบๆ ทำให้มันจบๆ ไปซะเถอะ”

ตรงข้ามเขา พอตเตอร์ยื่นมือขวาออกมาและเดรโกจับมือข้างนั้นไว้ มือของพอตเตอร์ชื้นเล็กน้อย แค่เกือบจะถึงจุดที่ทำให้มันไม่น่าจับ แต่นั่นทำให้เดรโกเพิ่งรู้สึกตัวว่าเขาทั้งสองไม่เคยจับมือกันมาก่อนเลย แม้แต่ในวันที่เดรโกช่วยชีวิตพอตเตอร์ไว้แล้ว ก็เดาได้ เขามองตาของพอตเตอร์และฝืนยิ้มเล็กน้อย จะคิดอะไรก็คิดไปก็แล้วกัน

เกรนเจอร์หยิบไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาพร้อมก้าวออกมาข้างหน้า เดรโกกับพอตเตอร์คุกเข่าลง ปลายไม้กายสิทธิ์แตะเข้ากับมือของพวกเขา พอตเตอร์กระแอมเบาๆ

“เดรโก นายจะสาบานว่าจะไม่ทำอันตรายหรือเพิกเฉยและปล่อยให้อันตรายมาถึงตัวฉันหรือเปล่า”

“สาบาน” เดรโกตอบ

ประกายมนต์พุ่งออกจากปลายไม้กายสิทธิ์และพันเลื้อยรอบมือของทั้งคู่ราวกับเป็นเถาวัลย์ที่มีชีวิต

“นายจะเชื่อฟังคำสั่งของฉันทุกอย่าง นอกจากคำสั่งที่จะขัดกับการปกป้องฉันจากอันตราย ตราบที่นายยังเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเวทย์มนตร์อยู่หรือไม่?”

แสดงว่ายังมีกำหนดเวลา แต่แทนที่จะโล่งใจ เดรโกกลับรู้สึกเพียงแต่ความขมขื่น “สาบาน” เขาพูด เสียงปร่าเล็กน้อย ประกายมนต์อีกเส้นหนึ่งเลื้อยมาพันกับเส้นก่อนหน้านี้ กลายเป็นห่วงโซ่บนมือของทั้งสอง เดรโกรู้สึกถึงความอบอุ่นของมนต์นี้แม้จะผ่านเสื้อคลุม มือของพอตเตอร์จับมือของเขากระชับยิ่งขึ้น

“และนายจะสาบานว่าจะปกป้องตัวเองให้พ้นภยันตราย ตราบใดที่นั่นไม่ขัดกับคำสาบานสองข้อก่อนหน้านี้หรือไม่?”

ช่างใจดีที่ยอมให้เขาปกป้องตัวเองด้วย แม้ลึกๆ เขาจะรู้สึกว่าข้อนี้มีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เขาวิ่งหนีในจังหวะที่พอ ตเตอร์ต้องการความช่วยเหลือเท่านั้นเอง

“สาบาน” เขาตอบ

สายเวทย์มนต์สายที่สามสอดประสานเข้ากับสองเส้นแรก ส่องแสงสว่างเพิ่มขึ้นจนเดรโกสามารถมองหน้าพอตเตอร์ได้ชัดราวกับยืนอยู่บนสนามหญ้ากลางแจ้ง เขาอยากดึงมือออกและออกไปจากที่ตรงนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่พอตเตอร์ยังยืดมือของเขาไว้ ดวงตาสีเขียวคู่นั่นเจิดจ้าด้วยแสงไว้ของตัวเอง

“เพื่อตอบแทนการปฏิญาณสวามิภักดิ์ของนาย ฉันสาบานว่าจะใช้ชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องนาย เดรโก”

ระหว่าง ที่สายเวทย์มนตร์เส้นสุดท้ายประสานตัวเข้าเป็นพันธะสัญญาที่ไม่อาจเพิกถอนได้ระหว่างคนทั้งสอง เดรโกได้แต่มองหน้าพอตเตอร์ หมอนั่นไม่ได้บอกเขาก่อนว่าคำปฏิญาณสวามิภักดิ์นั้นมีผลทั้งสองฝ่าย ไอ้โง่งี่เง่านั่นถึงกับสาบานว่าจะเอาชีวิตตัวเองเข้าปกป้องคนทั้งหมดในห้องนี้ ที่จริงเดรโกก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะไม่ว่าแผนที่พวกเขากำลังทำนี้จะหวังสูงเพียงใด แฮร์รี่ พอตเตอร์ก็ยังเป็นแฮร์รี่ พอตเตอร์ แม้นั่นจะไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เดรโกรู้สึกเปล่าเปลี่ยวน้อยลงบ้าง

พันธะรอบข้อมือของทั้งสองกระพริบและจางลง ห้องกลายเป็นห้องเกือบมืดอีกครั้ง เดรโกปล่อยมือของพอตเตอร์ แต่เขายังสัมผัสได้ถึงพันธะที่เชื่อมคนทั้งสองไว้ สัมผัสพอตเตอร์ได้ คำปฏิญาณข้อแรกนั้นทำให้เขามีความรับรู้สัมผัสได้ต่อสิ่งที่เขาต้องปกป้อง และเขาไม่สงสัยเลยว่าพอตเตอร์ก็ต้องมีสัมผัสถึงเขาได้จากคำปฏิญาณที่เขาให้ ไว้เช่นกัน เดรโกลุกขึ้นและปัดเสื้อคลุม เกรนเจอร์ยื่นมือออกมาให้เดรโกเห็นเหรียญสีทองอยู่ในมือของเธอ แบบเดียวกันกับกุญแจนำทางที่เขาจับไว้ก่อนหน้านี้

“กดตรงกลางเหรียญ จะพาเธอมาที่นี่” เธอบอก “ถ้าอยู่ที่นี่อยู่แล้ว กดกลางเหรียญจะพาเธอกลับไปที่ห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์มัลฟอย ถ้าเธอย้ายไปที่อื่นฉันจะตั้งโปรแกรมใหม่ให้” ตั้งโปรแกรม ใช้คำอะไรพิลึกๆ “แต่ถ้านายเอาเหรียญไว้กลางมือแล้วบีบจากด้านข้าง เหรียญจะพาเธอไปอยู่ข้างๆ แฮร์รี่ ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน”

เชื่อฟังการบังคับบัญชาอย่างไม่มีเงื่อนไข ยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ สิน่ะ

“แล้วนายจะมาอยู่ข้างๆ ฉัน ได้ยังไง?” เขาถามพอตเตอร์ซึ่งไม่ได้พูดอะไรแม้แต่คำเดียว

“สัมผัสจากคำปฏิญาณของฉันจะแรงกว่าเล็กน้อย” พอตเตอร์ตอบ “ฉันจะไปอยู่ข้างนายทันทีที่เริ่มมีสัญญาณว่านายจะเป็นอันตรายถึงชีวิต นั่นแหละ แล้ว...”

“ฉันก็ว่านายน่าจะเปลี่ยนวิธีนะ ทำอะไรซักอย่าง” บู๊ทพูดขึ้น “คิดว่านายคงไม่อยากจะไปอยู่ในสวนหลังบ้านฉันทุกครั้งที่ฉันเจอแมงมุมหรอก นะ”

พอตเตอร์ยิ้มน้อยๆ “ก็ไม่ได้บอกนี่ว่ามันจะง่าย” เขาตอบ

“ฉันเห็นด้วยกับเทอรี่นะ” ลองบอทท่อมพูดขึ้นบ้าง “ถ้าพวกเขาสองคนเกิดจะเป็นอันตรายถึงชีวิตขึ้นมาในเวลาเดียวกัน”

“บอกแล้วไงว่ากำลังพยายามแก้อยู่นะ ที่รัก” ลูน่าพูดด้วยน้ำเสียงนิ่มๆ ฝันๆ ของเธอ “แค่ขอเวลาอีกนิด โชคร้ายหน่อยที่ตอนนี้มันฤดูแวร็คสเปอร์นะ”

ฤดูแวร็คสเปอร์ เดรโกอยู่ท่ามกลางคนบ้าจริงๆ ด้วย

พอตเตอร์ยักไหล่ “โอกาสเกิดได้ยากอยู่แล้ว แล้วถ้าฉันพลาด ฉันก็ตายอยู่ดี แต่อย่าเพิ่งโก่งหน้าไม้ก่อนเห็นกระรอกเลย ตรงนี้เสร็จแล้วนะ”

พื้นที่ว่างในห้องเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่มีเสียงจากการใช้งานกุญแจนำทาง ในที่สุดก็เหลือเพียงแค่เดรโก พอตเตอร์ และเกรนเจอร์

“เธอไปก่อนเลย” พอตเตอร์พูดกับเกรนเจอร์ “เดี๋ยวฉันตามไปเจอที่สวน”

เมื่อเธอหายตัวไปก็เหลือเพียงสองคน เดรโกยืดอกขึ้นและหันไปเผชิญหน้ากับพอตเตอร์ “ส่วนที่สองของคำปฏิญาณนี่น่าจะทำให้การร่วมเตียงกับนายน่าสนใจพิลึกเลยนะ”

“น่าจะ?” พอตเตอร์ตอบเบาๆ โดยไม่เงยหน้าขึ้น

“ถ้านายจะบอกให้ฉันคุกเข่าลงแล้วใช้ปากให้นายเดี๋ยวนี้ก็ยังได้ ฉันต้องทำตามทุกอย่างด้วย ท่าทางจะไม่ใช่เซ็กส์โดยความสมยอมในความคิดของฉันนะ”

พอตเตอร์ส่ายหน้า “ฉันไม่ทำอย่างนั้นหรอก อีกอย่าง นายยังไม่ได้เป็นรัฐมนตรี” เขาตอบ ดวงตาคู่นั้นฉายแววเศร้าหมอง และเดรโกรู้ได้... สัมผัสได้ แม้จะเพียงบางเบา ว่าเขา เศร้า จริงๆ และโกรธ แต่ไม่ได้โกรธเดรโก คงต้องใช้เวลาซักพักทีเดียวกว่าจะชินกับสัมผัสแบบนี้ มันไม่ได้รุนแรงมากมายอะไร และอาจจะเลือนจางไปได้ถ้าหากไม่ใส่ใจกับมัน แต่การทำเป็นไม่ใส่ใจนี่ต่างหากที่จะต้องใช้เวลาฝึกกันระยะหนึ่งทีเดียว

“้ ถ้าที่พูดๆ มานายไม่ได้โกหก อีกไม่ถึงเดือนฉันก็จะเป็นรัฐมนตรีแล้ว” เดรโกตอบ “นายคิดว่านายจะได้ทุกอย่าง ใช่มั้ย? นายไม่มีทางได้สิ่งนี้ ไม่มีทาง”

นิ้วหัวแม่มือของเดรโกกดกลางเหรียญกุญแจนำทาง พร้อมกับเจ้าของนิ้วที่ไม่หันไปมองพอตเตอร์อีกเลย

::

ลอนดอน เลขที่สิบสอง กริมโมลด์เพลส

พายุฝนฟ้าคะนองเริ่มขึ้นในเวลาน้ำชา แฮร์รี่นั่งเพ่งตัวหมากรุกอยู่หน้ากระดานหมากรุกในห้องวาดภาพ รอนตัดสินใจใช้วิธีเมดูซ่า แกมบิทและตอนนี้กำลังเข่าฆ่าตัวเบี้ยของแฮร์รี่อย่างไม่ปราณี นอกจากเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า มีเพียงแต่เสียงฟืนปะทุจากในเตาผิงและเสียงไม้นิตติ้งของเฮอร์ไมโอนี่กระทบ กันเท่านั้น ติ๊ก แต่ก ติ๊ก ติ๊ก แต่ก แฮร์รี่น่าจะรู้สึกสงบสุข พวกเขาสามคนใช้เวลาช่วงบ่ายด้วยกันอย่างนี้บ่อยเกินจะนับได้ อยู่กันสามคน แม้รอนจะตายไปแล้วละภาพวาดนี้เป็นเพียงร่องรอยจางๆ ที่เหลืออยู่ แต่ยังไงนั่นก็ยังเป็นรอน

“ว่าแต่ แฮร์รี่ นายได้มีอะไรกับมัลฟอยหรือยัง?” อยู่ดีๆ รอนก็ถามขึ้น

ใช่ ยังไงรอนก็ยังเป็นรอน แฮรรี่รู้สึกว่าความร้อนวิ่งผ่าวขึ้นมาบนใบหน้า เขาไม่ได้บอกเฮอร์ไมโอนี่ถึงกิจกรรมนอกหลักสูตรที่เกี่ยวกับมัลฟอย และตอนนี้เฮอร์ไมโอนี่ก็นั่งจ้องหน้าเขา ผ้าพันคอที่เธอถักอยู่ถูกวางลงบนตัก

“รอนพูดสิ่งที่ฉันคิดว่าเขาพูด หรือว่าเสียงฟ้าร้องทำให้ฉันหูแว่วไปเอง?” เธอถาม

ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วแฮร์รี่ก็เริ่มพูด เขาเล่าทุกอย่างให้เธอฟัง เริ่มจากวันที่เขาไปหามัลฟอยที่บ้านหลุมหลบภัยเฮงซวยนั่นและจบลงที่บทสนทนาที่ศูนย์บัญชาการเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ และเมื่อเขาเล่าจบ เฮอร์ไมโอนี่เพียงแค่หยิบผ้าพันคอขึ้นมาถักต่อพร้อมๆ กับยักใหญ่เล็กน้อย

“ไม่แน่เขาอาจจะเปลี่ยนใจทีหลังก็ได้” เธอบอก น้ำเสียงราบเรียบ

แฮร์รี่รู้สึกได้ว่าเธอไม่ได้ตื่นเต้นไปกับเขาเท่าไหร่ “ไม่รู้สิ” เขาตอบ “ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าฉันอยากให้เขาเปลี่ยนใจหรือเปล่า ที่จริงที่เขาพูดเรื่องคำปฏิญาณมันก็มีเหตุผล”

“แต่ว่านะ เพื่อน เอาเข้าจริงถ้าคิดว่านายสามารถบอกให้มัลฟอยถอดกางเกงแล้วเขาต้องทำตามโดยไม่บ่นซักคำเนี่ยมันน่าสนใจไม่ใช่น้อยเลยนะ” รอนพูด

แฮร์รี่กลอกตา “เอาเข้าไป” อันที่จริงเขาหวังให้เฮอร์ไมโอนี่สามารถหาทางออกให้เขาได้ แต่เขาน่าจะรู้ดีกว่านั้น ไม่เคยมีทางออกง่ายๆ สำหรับแฮร์รี่อยู่แล้ว “แล้ว เอาไงดี?” เขาถาม เบือนหน้าหนีอย่างยอมแพ้เมื่อบิชอปของรอนกินตัวราชินีของเขาไป

“เราก็รอ” เฮอร์ไมโอนี่ตอบโดยไม่มองขึ้นมาจากผ้านิตติ้งในมือ “อ้อ ลืมไป อัมบริดจ์ไปล๊อคคอพวกในเครือข่ายวิทยุโลกเวทย์มนตร์แล้วก็เปลี่ยนเวลาตอบคำถามของเธอแล้วนะ เธอจะต้องให้สัมภาษณ์วันพุธแทนของเก่าที่เป็นวันเสาร์”

“ยัยบ้านั่น” แฮร์รี่ขมวดคิ้ว ชั่วโมงคำถามของ WWN เป็นวิธีหาเสียงดั้งเดิมที่เหล่าผู้สมัครรับเลือกตั้งจะไปแถลงนโยบายทางการเมืองของพวกเขาและตอบคำถามที่ส่งเข้ามาจากผู้ลงคะแนนเสียง ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะได้ออกอากาศวันละคนไปจนถึงวันเลือกตั้ง เพราะเหตุนั้นสองวันสุดท้ายจึงเป็นวันที่คนแก่งแย่งกันอย่างมากเพราะจะทำ ให้ผู้คนยังจำคนที่ออกอากาศตอนนั้นได้ “จริงๆ ยัยนั่นอยากได้วันของมัลฟอยมากกว่าใช่มั้ยล่ะ?” มัลฟอยได้ตารางออกอากาศวันอาทิตย์ วันสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งจริง

เฮอร์ไมโอนี่พยักหน้า “แต่เธอไม่มีทางได้วันนั้นไปแน่ๆ ทิลเดน เนทเทิลส์ ผู้อำนวยการสถานี WWN เป็นคนของเรานะ แต่มันคงดูน่าสงสัยเกินไปถ้าเขาไม่ยอมรับสินบนเธอเอาเสียเลย

แฮร์รี่ถอดแว่น วางมันไว้บนกระดานหมากรุกและเอนหลังลงพิงเก้าอี้ “โลกแบบไหนกันที่การ ไม่รับ สินบนกลายเป็นเรื่องผิดปกติ?” นั่นเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ คำถามแบบเดียวกับที่เขาถามตัวเองมาตลอดเวลาหลายปี และบางวันคำตอบของคำถามเหล่านี้เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขายังทำงานอยู่ได้

“ฉันว่าตอนนี้อัมบริดจ์กำลังฉลองชัยชนะที่แย่งเวลาออกอากาศเธอได้แน่ๆ เลย” เฮอร์ไมโอนี่พูดด้วยความหงุดหงิด

“หัวเราะทีหลังดังกว่า” รอนพูดต่อ “บิชอปของราชินี ไป C4”

แฮร์รี่แพ้หมากรุกตานั้นและต้องแพ้อีกสองตากว่าเฮอร์ไมโอนี่จะวางไม้นิตติ้ง เดินขึ้นห้องนอนพร้อมๆ กับที่กล่าวราตรีสวัสดิ์พลางหาวลาทั้งคู่ ท้องฟ้าภายนอกมืดสนิท พายุพัดผ่านไปแล้ว ไฟในเตาผิงเริ่มมอดและแฮร์รี่เดินไปเขี่ยฟืนเร่งเชื้อไฟอีกเล็กน้อย เมื่อเช้านี้เองที่เขายืนอยู่ในห้องนี้กับมัลฟอย หลังจาก... ในใจของเขารู้สึกว่างเปล่าในแบบที่คุ้นเคยจนเจ็บแปลบ แต่แฮร์รี่นึกไม่ออกว่ามันคืออะไร

เขาวางแท่งเหล็กที่ใช้เขี่ยขี้เถ้าลงและหยิบนาฬิกาอัลฟ่าวอชออกมา นาฬิกาที่ดัดแปลงมาจากนาฬิกาของบ้านวีสลี่ย์ที่สลายไปพร้อมกับไฟที่เผาผลาญบ้านโพรงกระต่าย เฮอร์ไมโอนี่กับเทอรี่ใช้เวลาถึงหนึ่งปีในการค้นคว้าว่าอุปกรณ์แบบนี้มีกลไกการทำงานอย่างไร ดูเผินๆ มันก็เหมือนนาฬิกาพกธรรมดา เพียงแต่ว่านาฬิกาเรือนนี้มีสิบสองเข็ม แต่ละเข็มมีชื่อเป็นของตัวเอง ทุกเข็มชี้ไปเพียงสองที่เท่านั้น “ปลอดภัย” และ “อันตรายถึงชีวิต” ซึ่งตอนนี้เข็มของทุกคนชี้ไปที่ “ปลอดภัย” แฮร์รี่เพิ่งรู้ตัวว่าเขาไม่ทันได้เอานาฬิกานี้ให้มัลฟอยดู เทอรี่ขัดจังหวะเขากับเรื่องแมงมุมในสวนนั่นเสียก่อน นาฬิกานี้สำคัญมากในเวลาที่สมาชิกเหล่าอัลฟ่าไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังตก อยู่ในอันตราย ทันทีที่เข็มนาฬิกาเริ่มเคลื่อนไปทาง “อันตรายถึงชีวิต” จะมีสัญญาณดังขึ้นให้แฮร์รี่ได้ยิน สมาชิกอัลฟ่าทุกคนมีเสียงเตือนเป็นของตัวเอง และเพลงของมัลฟอยนั้นเป็นทำนองของ “วีสลี่ย์คือราชาของเรา” มุขเก่าจากสมัยเรียน ความคิดของรอนเขาล่ะ

แฮร์รี่จ้องเข็มที่มีชื่อ “เดรโก มัลฟอย” สีขาว และหลับตาค้นหาสัมผัสของมัลฟอยในจิตของเขา พันธะสัญญาจากคำปฏิญาณนั้นไม่ได้ทำให้มีจิตหยั่งรู้หรือมีโทรจิตถึงกันได้ แต่จะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอารมณ์โดยฉับพลัน นอกจากนั้นแล้วแฮร์รี่ก็สัมผัสได้เพียงแค่สัมผัสสะท้อนบางเบาจากชีวิตของคน อื่นที่เขาจะไม่รู้สึกเลยได้นอกจากว่าจะพยายามเพ่งรับสัมผัสนั้น บางครั้งเขารู้สึกเหมือนตกปลาในบึงใหญ่ แต่ตอนนี้เขาเพ่งสัมผัสไปที่สายใยบางเบาสีขาวที่แทนตัวมัลฟอย และทันใดนั้นก็รู้สึกเสียวซ่านที่ใต้ท้องน้อย

ไม่ว่ามัลฟอยจะอยู่ที่ไหน หมอนั่นกำลังใช้เวลาอย่างมีประโยชน์มากเลยทีเดียว

::

TBC

::

อ่านมาตั้งยาว กดไปเมนท์เลย ๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โอ้ววววว แปลฟิกด้วยหรือคะนี่

แปะไว้ก่อนนะ เดี๋ยวมาตามอ่านจ้าา

#1 By =*MoonShiNe Ze*= on 2008-02-22 20:58