ก่อนอื่น ออกตัวก่อนว่าไม่ได้เขียนเอนทรี่นี้เพราะอารมณ์อะไรใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งด้านคนจับ คนถูกจับ เพื่อนคนถูกจับ หรือแม้แต่คนเดินร้าน ส่วนตัวเป็นคนอ่านการ์ตูน แต่ไม่ได้เข้าร้านอากิบะเพราะขี้เกียจเดินขึ้นชั้นสองและขี้เกียจหัวเหม็น (ไม่รู้เค้าแก้ปัญหาได้หรือยัง แต่ก็ไม่ได้ขึ้นไปแล้ว) ประกอบกับเดี๋ยวนี้ทำงานนอกเมือง (=บ้านนอก) เลยซื้อการ์ตูนตามฤกษ์สะดวกและกลายเป็นว่าไม่มีร้านประจำเท่าไหร่

ไม่เห็นด้วยกับข่าวที่ออกไป ที่เหมารวมว่าการ์ตูน"ส่วนใหญ่" มีฉากลามก แม้แต่ฟิกเกอร์ก็ลามก ยิ่งไม่เห็นด้วยหนักที่เรียกเด็กคอสเพลย์ว่า "สาวก"

แต่

แต่ (ขออีกที)

สังคมภายนอก ไม่ได้เท่ากับ ผู้ร้าย

และอากิบะ ก็ไม่ได้เท่ากับ พระเอก


วันนี้แว่บไปสยาม ก็ได้พูดคุยพอเป็นกระสายกับเรื่องที่เกิดกับร้านขายการ์ตูนอีกร้านหนึ่ง ปรากฏว่า การ "จับสื่อลามก" นี้ ไม่เหมือนกับการ "จับลิขสิทธิ์" (เพราะฉะนั้นพวกที่เอาสองเรื่องนี้มาปนกัน กรุณาทำความเข้าใจใหม่นะ) เป็นการตรวจค้นที่มุ่งเป้าต่างกันและกระทำโดยต่างหน่วยงาน (แม้ในจุดที่เห็นจะเป็นตำรวจเหมือนกัน แต่มันขึ้นกับ "ใครเป็นคนสั่งให้ตรวจ/ค้น/จับ" ด้วย)

และมีการ "สุ่มตรวจ" เป็นระยะๆ มาหลายครั้งแล้ว แทบทุกร้านแถวสยามสแควร์จะเคยโดน เมื่อถูกสุ่มตรวจ ก็ให้ตรวจไป แม้แต่การ์ตูนวายก็ให้ตรวจได้ เพราะ "มันไม่มีฉาก!" (นึกภาพการ์ตูนวายดอกไม้สะพรั่งออกกันมั้ย.. นั่นแหละ วิธีการที่ทำให้มัน "ไม่มีฉาก" .. เพราะงั้นมันไม่ใช่สื่อลามก!)

ไม่ต้องใช้หมายค้น เพราะถือว่าการ์ตูนทุกเล่ม สินค้าทุกชิ้นที่วางในร้าน "อยู่ในที่แจ้ง" (in plain sight) ค่ะ นอกจากว่าจะไปค้นในโกดัง ถึงจะต้องใช้หมาย

ย้ำอีกที การ "จับสื่อลามก" ไม่ใช่ "การจับลิขสิทธิ์"

ทีนี้ เจ้าของร้านการ์ตูนส่วนใหญ่ก็ต้องป้องกันตัวเอง ด้วยการตรวจดูภาพในการ์ตูนที่รับมาขายกันบ้างสักเล็กน้อย ให้มันอยู่ในขอบเขตว่ายังไม่ผิดกฏหมาย (โดยเฉพาะร้านที่ตั้งในที่ชุมชน คนเดินเยอะ เป็นเป้าสนใจ)

ทำไมก่อนหน้านี้อากิบะไม่เคยโดน... อันนี้ไม่รู้ อาจจะเพราะอยู่ชั้นสอง อาจจะเพราะเปิดร้านสาย (เค้าชอบสุ่มตรวจตอนเช้าก่อนคนจะเดินกันเยอะ ก่อนสิบโมงเป็นส่วนใหญ่ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม) ครั้งนี้เค้าก็แวะไปร้านอื่นก่อน ร้านการ์ตูนหน้าดอกหญ้าก็โดนตรวจ แต่ก็ไม่มีอะไรให้จับ ก็ผ่านไปถึงอากิบะ


ทีนี้ ถามว่าอากิบะโดนกลั่นแกล้งเหรอ?

กรุณากลับไปดูย่อหน้าที่บอกว่า การสุ่มตรวจแบบนี้ "มีเรื่อยๆ และโดนเกือบทุกร้านแถวสยาม" อีกครั้ง

ย้ำ เราไม่ได้บอกว่า กม.สื่อลามกนี่มันดี เราไม่เห็นด้วยว่าปิดนมแล้วจะทำให้สังคมดีขึ้น เราแค่ไม่เห็นด้วยกับการพยายามยกย่องร้านที่โดนจับเพราะตัวเองสะเพร่าและชะล่าใจให้เป็นพระเอก

และเรายิ่ง "ไม่เห็นด้วยอย่างมาก" กับความพยายามของทีมงานร้าน หรือเพื่อนทีมงานร้าน หรือใครก็แล้วแต่ ที่จะสร้างกระแสด้วยเวบบอร์ด พันทิป เอ็กซ์ทีน ปลุกให้เด็กการ์ตูนลุกขึ้นมาปกป้องร้านการ์ตูนหนึ่งร้าน

ความพยายามที่บอกว่าไดโทรศัพท์จาก "เด็กในร้าน" ให้ไปช่วยเพราะ "โดนกลั่นแกล้ง" และบอกว่าได้แฟกซ์ต่อๆ กันมาถึง "ข้อเท็จจริง" (จากใคร?) ข้อนี้ถึงกับมีการตั้งกองทุนอะไรซักอย่างเพื่อช่วยเหลือในการสู้คดี เรี่ยไรเงินเพราะวางภาพของอากิบะเป็น "คนรักการ์ตูน" ที่ต้องอาศัยชุมชนกดดันตำรวจสร้างความน่าเชื่อถือ


ถามว่า "คนคิดไอเดียร้าน" เป็นเด็กเหรอคะ?

"ผู้จัดการร้าน" เป็นเด็กเหรอคะ?

คนลงทุนที่มีสายป่านยาว ต่อยอดให้ร้านมาได้จนถึงทุกวันนี้ ... เด็กเหรอคะ?


อย่าเอาเด็กการ์ตูนไปอ้าง! อย่าทำแบบเดียวกับตอนที่เอาเด็กคอสเพลย์ไปหากิน!

เมดคาเฟ่ มันเริ่มจากที่ญี่ปุ่น แล้วจุดประสงค์มันมีที่มาที่ไปอย่างไร คนที่มีวิจารณญาณทั้งหลายก็รู้กันดี โอเค มาที่นี่มันไม่ได้สุดโต่งแบบที่นั่น แต่มันก็คือเอาเด็กคอสเพลย์มา "ขาย" เหมือนกันนั่นแหละ หรือคุณจะเถียงว่าที่คุณเอาน้องๆ ตัวเด่นๆ ของวงการคอสเพลย์ "เข้าสังกัด" ใช้เขาเป็นตุ๊กตาหน้าร้าน ดึงดูดความสนใจคนทั้งกลุ่มเด็กคอสเด็กไม่คอส กลุ่มโอทาคุใจบริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์ ตรงนั้นน่ะ "ทำจากใจรักโดยไม่หวังกำไร" (นี่ยังไม่ได้ถามต่อนะ ว่ากำไรที่คุณสร้างจากเด็กกลุ่มนี้ คืนกลับมาเป็นค่าแรงสมน้ำสมเนื้อให้เด็กๆ หรือเปล่า...)

หรือคุณจะเถียงว่าคุณไม่ได้ขายอะไรผิดกฏหมาย จนเป็นเหตุให้คุณโดนจับ

อย่างที่บอก.. ร้านอื่นเค้าก็โดนกัน อยากเปิดดูก็ให้เปิดไป ถ้ามันไม่มีอะไร ดอกไม้สะพรั่ง ใครมันจะจับคุณได้

แต่ที่เค้าจับได้ เพราะแปลว่ามัน "มีอะไร" ใช่มั้ยล่ะ

ที่คุณคิดว่ามัน "ปกติ" สังคมภายนอกเค้าคิดว่ามันปกติรึเปล่าล่ะ?

คนบางคนบอกว่า โลลิค่อนเป็นเรื่องปกติ แค่จินตนาการ แต่จินตนาการตัวนี้ เคยทำให้เด็กคอสเพลย์ญี่ปุ่นโดนข่มขืนมาแล้ว ใช่มั้ยล่ะ?


ย้ำอีกที จะย้ำไปเรื่อยๆ ว่านี่ไม่ได้ใช่ว่าจขบ.เห็นด้วยกับการเซ็นเซ่อนะ กองเซ็นเซ่อ กองจับสื่อลามก มันก็งี่เง่าเต่าตุ่นกันอยู่นั่นแหละ ซักวันมันคงลุกขึ้นมาแบนภาพนม UHT ที่ขายกันเป็นกล่องๆ เพราะก็นมเหมือนกัน ทำให้คนคิดถึง "นม" แล้วก็อาจจะเกิดอารมณ์ขึ้นมาได้ (อารมณ์ไรวะ? - -")

ที่ขอเขียนตรงนี้ เพราะจขบ. แค่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างภาพให้ตัวเองเป็นพระเอกของร้านการ์ตูนหนึ่งร้าน เท่านั้นเอง

คิดเห็นตรงหรือต่างประการใด หรือมีข้อเท็จจริงอะไรที่จขบ.มองข้ามไป.. แชร์กันได้บนหลักเหตุและผล โลด!

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เห็นด้วยกับ Entry นี้ครับ

#1 By Chubby Chocobo on 2007-07-19 22:47

เป็น Entry ที่ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆครับ -w-v แบบว่า ชัดเจนทุกอย่าง เคลียร์ประเด็น

#2 By Googgig on 2007-07-19 22:50

อึ่มม ส่วนตัวผมคิดว่า...

จะเขียนข่าวจับอากิบะ ก็ได้แหละ

แต่ไม่ชอบมากๆ กับคำว่า "มั่วสุม" และ "สื่อลามก"

#3 By Prince Ame on 2007-07-19 22:55

ปรบมือให้ดังๆกับคนที่กล้าออกมาแสดงความคิดเห็นในเวลาที่ใครหลายคนไหลไปตามกระแส...(ไม่ได้ว่าใครเป็นพิเศษ แต่บางอันอ่านแล้วก็หงุดหงิดจริงๆ)

เรามองว่า

มันไม่มีใครถูก ไม่มีใครผิด

มีแต่ความไม่เข้าใจกันเท่านั้นเอง...

.....เฮ้อ...ไม่ชอบเลย.....

(เข้ามาเม้นท์แบบงงๆแล้วก็จากไป...)

#4 By ReNile on 2007-07-19 22:58

วันนี้ไปร้านแถวสยามก็คุยเรื่องนี้เหมือนกันค่ะพี่ ว่าแต่ร้านเดียวกันป่ะเนี่ย เอิ้ววว

ส่วนตัวมิ้นไม่ชอบวิธีการเสนอโคดมั่วของสื่อ แต่ส่วนตัวมองว่า อย่าไปเต้นเรื่องนี้กับมันให้มากดีกว่า เต้นมากโชว์พาวกันดีนัก เด๋วได้เปนเรื่องแบบหลุมดำอีกหรอก สื่อหยิบมาเล่นเพราะอยากขายคำว่า เซนเตอร์พ้อยส์น่ะแหละมิ้นว่า

ส่วนตัวอีกนิด เห็นบางเรื่องที่ดดนจับ ถ้ามองแบบไม่ใช่คนอ่านการ์ตูน บางเรื่องก็สมควรจะโดนแล้วล่ะเง้ออ

#5 By chibi on 2007-07-19 23:04

อือก็เห็นด้วยกับบางข้อที่เขียนมานะคะ จริงอยู่ที่ว่าไม่มีใครถูกใครผิด แค่คุยกันหรืออธิบายไม่เข้าใจ แต่เด็กคอสที่ทํางานร้านนี้ก็ไม่ได้โดนบังคับนะคะที่แต่งตัวกันทํางานในร้าน ก็เพราะความชอบของเค้าด้วยนะคะ ไม่งั้นคงไม่ทํากันหรอกคะ ในฐานะที่เราเคยทํางานร้านนี้ตั้งแต่เปิดร้านครั้งแรกๆเลย ก็ยินยอมทําเพราะคิดว่า อือไม่เคยทํางานพิเศษลองสักหน่อย^ ^ หาประสบการณ์แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้ทําแล้วเพระติดเรียนเยอะ+บ้านไกล
ก็อยากบอกแค่นี้ละคะ

แต่เราก็ไม่ชอบที่เค้าพิมว่า เด็กคอสบางคนก็บริการ... ให้การบริการร...

ตอนนี้ก็รอดูผลอย่างเงียบๆๆ.
^
^
พี่ก็ไม่ได้บอกว่าเด็กๆ โดนบังคับนะคะ น้องคุล่า อย่าเข้าใจผิด พี่แค่ไม่แน่ใจว่างานที่เค้าให้น้องๆ ทำ มันคุ้มกับค่าตอบแทนที่เด็กๆ สมควรจะได้หรือไม่ ซึ่งในแง่นี้ "ความสมัครใจ" ใช้ไม่ได้ค่ะ เพราะเด็กๆ ที่ทำในแง่ของงานพิเศษและ "อยากลอง" มีกันเยอะ ส่วนใหญ่จะไม่เกี่ยงเรื่องค่าตอบแทนอยู่แล้ว มันเป็นหน้าที่ของ "ผู้จ้าง" ที่จะไม่เอาเปรียบ "ลูกจ้าง" ค่ะ เพราะอย่าลืมว่ามันไม่ใช่งานการกุศล เค้าได้กำไรจากการทำงานของเด็กๆ และ ไม่ใช่แค่กำไรนะ มันเป็น "จุดขายหลัก" จุดหนึ่งของร้านด้วย

พี่ว่า พอเป็นเรื่องนี้ เค้าใช้ความเป็นนักธุรกิจมาฉวบโอกาสเอากับเด็กคอส/เด็กการ์ตูนที่ใช้ "ใจ" เป็นหลักกันน่ะ

#7 By D.M. on 2007-07-19 23:16

เริ่ดดดดดดดดดดฮ่ะ


ถ้าไม่ได้อ่านเอ็นทรี่นี้ หนูคงไม่รู้ว่ามีอะไรสับสนกันได้ขนาดนี้ แค่เจอ กม.ใหม่เรื่องวัตถุยั่วยุอะไรนั่นเข้าไปหนูก็งงๆมึนๆยังไม่หายเลย ยังตั้งตัวไม่ติด


*เปิดหูเปิดตาพยักหน้าหงึกหงัก*
อืมๆ มีเรื่องอย่างนี้ด้วย

#8 By จด.*จรุ๊ฟส์* on 2007-07-19 23:26

ง่ะ กำลังจะมาฉวยโอกาสเม้นท์ถึงประเด็นเอาความชอบความอยากลองของเด็กมาใช้ในเชิงธุรกิจอยู่พอดี (ไม่ชอบอารมณ์เอาเด็กมาหากินแล้วบอกว่าทำไปด้วยความรักความชอบในอะไรเเหมือนๆกัน มันคนละเรื่องกันชัดๆ ธุรกิจก็ส่วนธุรกิจเซ่) เอิ๊ก แต่ไม่ใช่คนวงใน ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาตกลงว่าจ้างกันอย่างไรแหละเนาะ

ไม่เห็นด้วยกับการพยายามปลุกปั่นกระแสกอบกู้อากิบะ เพราะร้านนั้นไม่ใช่สัญลักษณ์ของพระเอกที่ถูกรังแกหรือเหยื่ออธรรม ถ้าลองมองแบบกลางๆ เด็กการ์ตูนกับเด็กคอสเพลย์ต่างหากที่เป็นเหยื่อ เหมือนต่างฝ่ายต่างจับเด็กไว้เป็นตัวประักันยังไงไม่รู้ ถ้าจะเปรียบเปรย คงประมาณผู้ร้ายที่ยื่น turkish delight ให้กินจนหลงชอบกับผู้ร้ายที่ข่มขวัญหยาบคายให้ฟังจนเกลียดละมั้ง โดยทั้งสองฝ่ายอาจมีจุดประสงค์กันไปคนละอย่างแต่ต่่างฝ่ายต่างก็ก็ยึดตัวประกันไว้

สรุปว่า...ไปจัดการกันเองเหอะ กรณีนี้ดูแล้วพบว่าเป็น Business vs. Authority ไม่ใช่ People vs. Authority คงต้องกรณีอย่างเซ็นเซ่อชิซูกะอาบน้ำละมั้งจ๊ะ ที่เรามองว่าถ้าคนการ์ตูนจะลุกฮือขึ้นมาคิดดดยพร้อมเพรียงว่า "ฉันต้องทำอะไรสักอย่างแล้ววว" นั้นไม่แปลกและน่าสนใจ

อย่างกรณีหนังเรื่องแสงศตวรรษก็ได้ ที่เรา็ถือว่าเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ "ได้เวลาจัดเรทติ้งแล้วซี..." (a.k.a เมื่อไหร่พวกมึงจะฉลาดขึ้นซะที พวกกูแทบจะเคี้ยวเอื้องกันอยู่แล้ว) อืมม์...นี่เรากำลัง double standard มั้ย? กร๊ากกก


(ยาวพอมั้ยจ๊ะ? XD)

#9 By vendetta on 2007-07-20 00:21

ชอบนิสัยคนไทยอย่างนึงนะคะ...
"เห่อง่ายตายเร็ว" เด๋วก็เงียบไปเองแหล่ะค่ะ สงบนิ่งไว้~~
ปล. รักเจ้าของบล็อคนะอ๊างถึงได้เม้นท์เกี่ยวกับเรื่องอากิบะเป็นที่แรก XD อุฮิ้วววววววววว

#10 By ■ TamaRPG ■ on 2007-07-20 10:03

ผมตามๆ link มาอ่านๆ หลายๆ ความเห็นยังไม่เข้าใจเท่าไหร่เลยครับ

ผมเอาจากตามข่าวเลยนะ เขาจับสื่อลามกไม่ใช่หรอ

ไม่ใช่จับการตูนที่มันดีๆ หรือไม่ได้เอาเรื่องดีๆ ไปทำให้เสีย

ร้านมีของเหล่านั้นจริงหรือไม่ ดูตรงจุดนี้ด้วยถ้าจริงก็ต้องยอมรับ
ไม่ใช่ออกมาต่อต้าน

ถ้าออกมาต่อต้าน ต่อต้านอะไร เพราะเขาจับตรงสื่อลามก



ยัง งงๆ อยู่แต่จะพยายามอ่านๆ ตามข่าวละกันครับ

#11 By -_-" (203.150.232.110) on 2007-07-20 13:07

เห็นด้วยอย่างแรงเลย

#12 By JuroFanHirO on 2007-07-20 15:18

อื้ม - - เห็นด้วยนะคะ คิดว่าเราต้องแยกประเด็นให้ถูกน่ะ
ไม่ใช่ว่าร้านอื่นโดนจับได้ แต่อากิบะไม่มีวันผิด
เราคุยกับแม่ แม่ยังบอกเลยว่า ถ้ามันไม่มีจริงๆ ตำรวจเขาจับไม่ได้หรอก
คนที่เ้ข้าไปซื้อย่างบริสุทธิ์ใจ ไม่มีวันเห็นด้านมืด

ไม่ได้มีอคติอะไรกับอากิบะ ไม่ได้ชอบก.ม.แปลกๆที่ออกมา ต้องการความเป็นธรรมให้การ์ตูน
แต่ก็คิดว่าต้องแยกแต่ละเรื่องให้ออกจากกันค่ะ ไม่ใช่การ์ตูน=อากิบะ
จับอากิบะ=ไม่เป็นธรรมกับการ์ตูน อะไรแบบนี้ไม่เกี่ยว

#13 By hikaru on 2007-07-20 18:01

มันชอบใช้ความคิดกับอารมณ์หื่นๆของมันเป็นบรรทัดฐานอ่ะนะ
แล้วพวกผู้ใหญ่ตะหากที่ชอบไปมั่วสุมไปลงอ่างกัน

เด็กๆเค้าอ่านการ์ตูนแต่งคอสเพล เพื่อความสนุกสนานก็เท่านั้นเอง

อยากออกความเห็นในฐานะสื่อมวลชนคนนึง

ตรงที่ว่าน.ส.พ.ชื่อดังเล่มนั้น

ที่ออกข่าวออกมา

ขัดกับหลักจรรญาบรรของสื่อมวลชลคือ


1.ต้องนำเสนอเรื่องที่เเท้จริง

2.มีความซื่อสัตย์

3.ไม่มีความลำเอียง

4.ไม่ลอกเรื่อง/ข้อความคนอื่นเเล้วทึกทักเอาเป็นของตน


จะเห็นได้ว่า

สื่อสมัยนี้ไม่มีใครสามารถทำตามได้ทั้งหมด 4 ข้อ

เเต่ควรเเล้วหรือที่จะนำเสนอข่าวเเบบนี้

ถึงจะบอกว่ามันมีจริงๆ

เเต่...

อย่าลืมว่าบรรทัดฐานของสังคมตอนนี้มันเริ่มสับสนกันหมดเเล้ว

ไมไ่ด้ว่าสื่อไม่ดี

เเต่ก็ไม่ได้ยกย่องว่าการ์ตูนดีเช่นกัน

เเต่ในเมื่อผู้ใหญ่มีความคิดเช่นนี้

คิดเอาเองเเทนเด็กเเบบนี้

คิดเอาว่าเเบบนี้จะไม่ดีต่อเยาวชน

เเบบนี้จะก่อให้เกิดพฤติกรรมไม่ดี

คุณ(ผู้ใหญ่ทุกๆคน)สามารถทำบังคับเด็กให้ทำตามสั่งได้ทุกครั้งหรือ ?

เด็กสมัยนี้(ย้ำว่าสมัยนี้)ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ

ยิ่งห้ามก็ยิ่งอยาก

เเต่อยากให้เข้าใจกันก่อนว่า

การห้ามที่เหมือนกับการหักดิบเเละการคิดเอาเองเเทนเด็กๆ

กับ

การคอยสั่งสอนเยาวชนทุกๆคนให้รู้จักคิดเอง

คอยดูเเล



นอกเรื่องเกินเเละ


กลับเข้าเรื่อง



อยากต่อว่าน.ส.พ.ชื่อดังเล่มนั้น

ที่เขียนข่าวลวง

เเละใช้คำที่รุนเเรงเกินไป

ตั้งเเต่คำว่า "สาวก" "เเหล่งมั่วสุม" "คลั่งไคล้"

ไม่เถียงว่าที่อากิบะถือเป็นเเหล่งรวมของคนชอบการ์ตูนเเละอื่นๆ

เเต่ไม่เคยที่ทำความเดือดร้อนเเก่ผู้อื่น

เเล้วความหมายของทั้ง 3 คำตามหลักจริยธรรมของสื่อเเล้ว

ถือเป็นคำที่เเรงมาก....




เเค่นี้ก่อนฮะเเล้วจะมาต่อ....





สวนกระแสแต่โดนใจอิอิ
ขอเวลาไปคิดความคิดเห็นซักคืนนึงครับ เดี๋ยวมาเขียนลงBlog

#16 By Evamania(ไม่ได้Login ง่ะ) (124.120.192.203) on 2007-07-20 21:59

เอ็นทรี้ นี้เครียดอะ

#17 By เอ็นไก่ (124.120.115.252) on 2007-07-21 12:41

เรื่องอากิบะนี่อ่านแล้วเห็นด้วยกับพี่เหมือนกันนะคะ
ชอบตรงที่ว่าค่าแรงคืนสมน้ำสมเนื้อให้เด็กหรือเปล่า (ชั่วโมงละ 25 บาท โถ..)
มองในเรื่องอากิบะคิดว่าเป็นเรื่องระหว่างร้านกับตำรวจที่จะต้องไปเคลียร์กันเอง
แต่ปลาหงุดหงิดที่นสพ.มันไปลงเรื่องเด็กคอสมาเทรดฟิกเกอร์โป๊กันอะไรนั่น ละเมอเอามาจากไหน (สรุปสำหรับน้องปลาคือเกียดตัวสื่ออ่ะ ก้าก)
เพิ่งรู้ว่ามีตั้งกองทุนด้วยแฮะ อะไรขนาดน้าน เด็กบางคนนี่โดนปั่นกันง่ายจิงเนาะ ไม่มีต้นแบบในการอยู่บนโลกความเป็นจริงมั้ง

เห็นด้วยอีกประโยคกับที่ว่า อะไรที่คิดว่าปกติ อาจจะไม่ได้ปกติสำหรับสังคมภายนอกด้วยนะจ๊ะ

#18 By PLARIEX on 2007-07-21 15:28

ก็พอดีวันนี้ว่างๆ (ขี้เกียจอ่านหนังสือสอบ เลยมาพัก) แล้วก็เจอข่าวร้านอากิบะ
ก็อ่านข่าว Link ไปเรื่อยๆจนมาเจอ Blog นี้ ก็นั่งอ่าน
และค่อนข้าง (จะว่าหมดใจเลยก็ได้) เห็นด้วย กับความคิดของ จขบ.

ผมคนนึงที่เคยไปที่ร้านนี้ (ไม่ได้อยากไปเลย) แต่ไปเพราะแฟนผมทำงานเป็นเมด
ตอนแรกได้ยินว่าค่าจ้างเท่านั้น ก็อืมม์ ไม่น้อยหรอกมั้ง เพราะถ้าเทียบกับที่อื่นๆก็นะ..

แต่พอได้เห็นว่าสิ่งที่ต้องทำ มันมากกว่าสิ่งที่ได้รับนะ
งานมันเยอะเกินขอบเขตของค่าจ้างอ่ะ ใช้งานยังกะเบ๊
จ้างมาเป็น เมดคาเฟ่ แต่ให้ไปนั่งจัดการ์ตูนเข้าชั้น ให้ทำบัญชีให้ -*-
มันก็ไม่ใช่ละ ไม่ใช่หน้าที่ของเราละหละ....

และที่ผมไม่ชอบใจมากที่สุด คือสายตาของ "เจ้าของร้าน" (ขอย้ำว่าเจ้าของเลย) เวลามองผม
เค้ามองเหมือนผมเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้อ่ะ ที่มานั่งในร้าน ไม่มีมนุษย์สัมพันธ์เลย
แฟนผมทำงานให้พี่นะคับ ผมแค่นั่งรอแฟนเลิกงาน ไม่ถึงชั่วโมง
บางครั้งก็สั่งของที่ร้านกินด้วย แต่สายตาพี่แบบ... ไม่รุจะบรรยายไงอ่ะ แต่รุสึกแย่โครดๆ
(ผมเคยช่วยงานเค้า เก็บจาน เช็ดโต๊ะ เช็ดพื้น กวาดพื้น ให้ด้วยซ้ำ เพราะเห็นว่า แฟนผมคงทำคนเดียวไม่ไหว เพราะบางวัน มีเมดคนเดียว คือ แฟนผม)

แฟนผมเค้าทำเพราะชอบ ใจรัก แต่ผมก็ปราบหลายครั้งนะว่า มันเอาเปรียบเรามาก
ผมดีใจนะที่ตอนนี้แฟนผมเลิกทำงานร้านนี้แล้ว (แต่เลิกเพราะเรียนหนัก) และผมสังเกตว่า คนเก่าๆที่เคยทำงานที่ร้านนี้ เลิกทำไปเกือบ(หรือทั้งหมด)หมดแล้ว ไม่รุทำไม คิดเอา..

อีกเหตุผลที่ผมไม่ชอบขึ้นไปที่ร้านนี้ (ตอนนี้ไม่ขึ้นแล้ว ไม่ขึ้นนานมาก) เพราะ เหม็น + สกปรก ก็ผมอยู่จนร้านปิดอ่ะ แต่ไม่เห้นเค้าจะทำความสะอาดร้านเลยอ่ะ อย่างมากก็กวาดพื้น ไม่คิดจะถูพื้นมั่งหรอ?? และ กลิ่นเนี่ย เหอะๆ อยากรู้ก็ลองเดินขึ้นไปละกัน
นั่งนานๆไม่ได้อ่ะครับ อับมากๆ อยู่แล้วปวดหัวเลย

อาจจะมองว่าผมอคติกับร้านนี้ ยอมรับครับ ว่า อคติ มากๆ ผม ไม่ใช่แค่ไม่ชอบ แต่ผม เกลียด ร้านนี้

ก็ต้องขอโทษสำหรับคนที่ชอบร้านนี้ด้วย ที่พิมไป มันก็คือการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้สึก ที่อยากถ่ายทอดให้คนอื่นได้ทราบไว้ หวังว่า มันจะไม่ทำให้ใครบางคนต้องเคืองนะครับ

พิมซะยาวเลย ขอบคุณ จขบ นะครับ ^^

#19 By PasserBy (58.8.35.145) on 2007-07-22 00:27

ตามมาจากกระทุ้จ่าค่ะ เห็นด้วยอย่างแรง
มาแอบบ่นด้วยค่ะ
แรกๆเห็นใจอากิบะนะ คือหนูเคยมีเพื่อนเป็นเมด(สนิทมาก เพื่อนที่รร.) กับแฟน ที่เคยฝึกงานเป็นเชฟ แล้ววันที่มีเรื่อง แม่แฟนก็โทมาถามว่า ร้านนี้หรอที่ลูกเขาไปฝึกงาน หนูก็แบบ อ่า คือคงไม่มีไรมั้งคะ ไม่น่าจะมีอะไรซุกซ่อนรุนแรง
คือส่วนตัวจากที่ไปร้านนั้นหลายที มันก็ดูไม่มีไรนะ(หรือป่าว?) แต่เริ่มหมั่นไส้เรื่อยๆจากการปกป้องตัวเองของร้าน

ขอนอกเรื่องเหอะค่ะ พี่ท่านใช้เพื่อนหนูอย่างกับทาส -*- จากสายตาหนูแล้ว 50บาทยังน้อยไปเลย อย่าว่า 25 เล้ย ทำตั้แต่กวาดพื้นถึงทำบัญชี ที่แย่ที่สุดคือสายตาพี่ (เหมือนเมนต์แรกๆ) แย่มาก แย่สุดๆ หนูเคยไปรอเพื่อน เห็นวันยุ่งมากเลยช่วยกวาดพื้น ดูดฝุ่น หนูเป็นภูมิแพ้นะพี่ ก็ช่วย คือ พี่แกไม่มีขอบใจสักคำ ดูดฝุ่นบันไดลงมา จนถึงกวาดพื้นชั้นสอง ได้ขยะเป็นกอง แอบบ่นกับเพื่อนเลยอะ ว่าทำไมร้านแกสกปรกแบบนี้

ที่แย่กะความรู้สึกกว่าคือตอนแฟนฝึกงาน คือแฟนหนูสุขภาพแย่มากๆ(เป็นหอบ) แล้วเขาข้อเท้าพลิกอยู่ ก็ใช้ให้วิ่งขึ้นๆลงๆ จนตอนแฟนหนูว่างแปบนึงมานั่ง หนูแกล้งบ่นให้พี่ๆได้ยินเลยว่าแฟนหนูเจ็บขา ก็ไม่สนใจ ที่เสียความรู้สึกมากๆก็ตอนไปหาแฟน คือปกติหนูก็เคยแวบขึ้นชั้น3 คราวนี้มีเพื่อนมาคนนึง มันบอกจะอุดหนุน หนูก็บอกสั่งข้าวไปละกัน ขอไปบอกแฟนหน่อยว่ามาแล้ว ไม่อยากโทไป เด๋วทำๆข้าวอยู่มันรบกวน กะว่าจะไปแค่โผล่หน้าโบกมือให้ก็พอ แล้วจะไปหาเพื่อนที่ทำงานอยู่อีกคน จะสั่งข้าวกับมัน พอขึ้นไป เจอพี่เจ้าของร้านพอดี(พี่จำหน้าหนูได้แน่ๆเพราะมาหาเพื่อนหลายที แต่ละทีก็มาลูกค้ามาอุดหนุน) พี่แกถามแบบ แย่...มาก ทันที มาทำไร ขึ้นมาทำไมบนนี้ ไอ่เราก็ถามหาเพื่อนที่เป็นเมดก่อน ก็ชักสีหน้าบอกเพื่อนอยู่ข้างล่าง หนูก็แบบ ลังเลๆ ยังไม่ลง (ยืนอยู่แค่บันได แฟนอยุ่ในครัวหันหลังอยู่ แค่จะให้เห็นหน้าแปบเดว) ก็จะไล่ๆ หนูก็เลยบอกว่า มาเยี่ยมแฟนแปบนึง(ขำๆ นึกว่าพี่แกจะแซวๆด้วยซ้ำ) ก็ว่าต่ออีก รู้ไหมว่าเวลางาน ถ้าทุกคนมาทำแบบนี้พี่จะทำไง หนูก็อึ้ง ไม่คิดว่าจะรุนแรงแบบนี้ เลยบอกอ่อยๆว่า จะสั่งข้าว ก็ - ไปสั่งข้างล่าง ขึ้นมาทำไม เวลางานคือเวลางาน แฟนเฟินไม่เกี่ยว มารบกวนเวลางานแบบนี้ได้ไง ก็...อึ้งกว่าเดิม คือกลัวแฟนเห็นเขาว่าเราแล้วโมโหพี่เค้า ก็เลยถามๆแก้เก้อว่า ครัวปิดกี่โมงคะ พี่เค้าตอบ...ถามทำไม ปิดไปก็ยังไม่ได้กลับ ต้องลงไปช่วยเก็บข้างล่าง จะให้ปิดแล้วกลับเลยหรือไง ต้องช่วยกันก่อนอยู่ดี << คือ แย่อะ ไม่ไหวแล้ว เราเป็นลูกค้าอะนะ พูดจากันดีๆก็ได้ ต้องว่ากราดๆแบบนี้ แล้วพอว่าเราเสร็จ ไล่อย่างกับอะไร แล้วพอเราลงไป พี่แกก็ไปว่าแฟนหนูต่อ -*-

สรุป วันนั้น กลับบ้านมา แฟนเป็นไข้สูง -*-" ขาเดี้ยง (ทำครัวไม่พอ ตอนเช้าต้องมาช่วยจัดสต๊อก ทำๆอยู่ต้องลงมาเสิร์ฟอีก)


-*- โทดค่ะ บ่นซะยาว แต่อยากบอกว่า อากิบะก็แค่ร้านการ์ตูนร้านนึง ไม่ใช่ตัวแทน ยิ่งไม่ใช่ฮีโร่ของพวกเราเลย แค่พฤติกรรมการปฏิบัติต่อพนักงาน ที่มาบอกว่าเป็น"เด็ก"การ์ตูนอะไรเนี่ย ยิ่งไม่ใช่ แค่น้ำใจยังไม่มีให้เลยด้วยซ้ำ

เห็นใจและเข้าข้างนะ เราว่าบางทีกบว.ก็เกินไป
แต่ถ้ายังมาใช้ภาพพจน์+ข้ออ้างแบบนี้ มันนึกถึงเรื่องเก่าๆแล้ว...เคืองค่ะ

#21 By HappyTogether* (125.24.67.96) on 2007-07-29 03:35