D.M. อัพบล๊อกวันเดียวสามหน! โอ๊ววว มันเป็นไปแล้ว!!

คุณคนนี้ ส่งลิงค์ที่พูดถึงงาน J-Cover Series : J-Rock ที่เพิ่งผ่านมาในบล๊อกคุณ (น้อง?) Meiko ให้อ่าน

อ่านแล้วก็แอบเห็นด้วยบ้างไม่เห็นด้วยบ้าง คือเห็นด้วยแง่ที่ "งาน J-Rock ประกวด cosplay ก็ึควรจะมีแต่ J-Rock สิ" แต่คงไม่เห็นด้วยว่าในงาน J-rock จะต้องจำกัดให้คนที่แต่งตัวมาต้องแต่งธรรมดาหรือคอส J-Rock เท่านั้น คอสการ์ตูน เกม แต่งโลลิ หรือออริไม่ได้ (ขอไม่เรียกว่าคอสนะ.. ก็มันไม่ใช่คอสนี่หว่า) ... แต่อย่าทะลึ่งขึ้นมาประกวดก็จะดีค่ะ อย่างที่ Meiko เขียนว่ามันผิด "กาละเทศะ"อ่ะนะ

แต่ เราก็แอบเข้าใจอารมณ์คนจัดงานที่ยอมให้คนอื่นที่ไม่ได้คอส J-Rock ขึ้นเวทีนะ เพราะถ้าเลือกได้ คนจัดงานก็ึคงอยากคัดให้มีแต่คอส J-Rock เท่านั้น (ก็มันตรงทาร์เก็ทเค้ามากกว่า) ปัญหาก็คือ คนมันน้อย ไง สังเกตุว่า คนคอส J-Rock มักจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง แต่งเอามันส์เอาฮามากกว่าที่จะอยากได้รางวัล (อย่างน้อยก็ทีมป้า เอ๊ย! พี่คนนี้) สุดท้ายเมื่อคนมันน้อยเกิน ก็เลยจำต้องให้คนที่อาจจะแต่งไม่ตรงคอสเสปท์ แต่ยินดีที่จะขึ้นเวทีขึ้นไปประกวดด้วย

แต่คนที่ได้เนี่ย.. เอ่อ ครือ อันนี้ความที่ตัวเองไปงานก็ช้า อยู่ก็ประเดี๋ยวเดินไปประด๋าวเดินมา เลยไม่ทันฟังว่าเค้าใช้เกณฑ์อะไรเป็นเครื่องตัดสินผู้ชนะ (เหม่ อุตส่าห์ฟันธงว่าท่านเทพเฟย์ต้องได้ (อีกแล้ว!) ปรากฏว่าฟันผิดซะงั้น)

เรื่องประกวดคอส สุดท้ายก็คงต้องกลับไปที่เจ้าของงานน่ะค่ะ ซึ่ง .. อะแฮ่ม เจ้าของงานเป็นบริษัทเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ทำยังไงก็ได้ที่จะโปรโมทวัฒนธรรมญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลให้คนอยากเรียนภาษาญี่ปุ่นมากขึ้น และชื่องานที่มีชื่อสถาบันก็ส่งผลในแง่ branding ให้คนจำได้ คิดอะไรไม่ออกอยากเรียนภาษาญี่ปุ่นก็ไปที่ *ตื้ด* กันเรื่อยไป มันก็เลยเอวังด้วยประการฉะนี้ ...เค้าไม่แคร์หรอกค่ะว่าแต่งอะไร ตราบใดที่มีคนมางานของเค้า แล้วก็เลยวนกลับไปที่ว่า สมัยนี้ J-Rock เป็นพลเมืองชั้นสองไปแล้วเมื่อเทียบกับเกม/การ์ตูน ... คนน้อยคนไม่ค่อยแต่ง ไม่ฮิตไม่อินไม่เด่นไม่ดัง ต้องทำใจ (หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องกระตุ้นให้คนมาแต่ง J-Rock กันเยอะขึ้น ซึ่ง .. มันทำได้ง่ายๆ ที่ไหนเล่าาาาาาาา)

งาน J-Rock Only มันก็เลยเกิดได้ยากด้วยประการฉะนี้

ทีนี้.. ถ้าจะมามองว่า "จัดกันเองดีกว่า!" เอาเป็นงาน J-Rock เท่านั้นชนิดที่ไ่ม่ชอบไม่ต้องมา ไม่รู้จักไม่ต้องโผล่ ทำได้มั้ย .. ได้ค่ะ!

แต่ในฐานะที่เคยเป็นคนจัดงานต้องบอกว่า "ข้อควรระวัง" มันเยอะ ไม่ใช่ไม่อยากให้จัดนะ แต่ "สภาวการณ์" ของตอนนี้กับตอนนั้นมันไม่เหมือนกัน ไม่เหมือนเสียจนแอบเป็นห่วงคนที่อยากจะจัด...

ไม่เหมือนยังไง..

อย่างแรกเลย "ตลาด" อันนี้สำคัญมาก .. Marketing เป็นหัวใจของทุกอย่าง ฮ่าๆ

เมื่อก่อนนี้ งาน "ญี่ปุ่น" เป็นอะไรที่หายากมากกก ยากมากถึงยากที่สุด คนชอบเพลงญี่ปุ่นแม้จะมีรวมกันได้เป็นกลุ่มเป็นก้อน แต่ก็เป็นกลุ่มก้อนที่ค่อนข้างจะเก็บเนื้อเก็บตัวจากสังคมภายนอก ชั้นชอบของชั้น ชั้นจะอยู่ในกลุ่มของชั้น แล้วไอ้ที่จะให้ชั้นไปเปิดเนื้อเปิดตัวกับคนภายนอกมากมายเนี่ย ชั้นไม่ชอบเท่าไหร่หรอก

เมื่อมันเป็น "ตลาดเฉพาะ" แล้วงานนานๆ จัดที (เมื่อก่อนนี้ จะจัดงานต้องดูช่วงเวลาอย่างมากค่ะ ติดเอนท์ไม่ได้ ติดสอบไม่ได้ จนสุดท้ายก็เลยจัดช่วงปิดเทอมดีกว่า) คนมาชมงาน (ไม่ว่าจะคอสหรือไม่) เลยแทบจะเรียกได้ว่าต้องตั้งตารองานแบบนี้ ทำให้ส่งผลว่า แม้จะต้องจ่ายเงินกันเล็กน้อยก็ยินดีที่จะจ่าย

อีกอย่าง เมื่อก่อนสมัยที่มาตรฐานความเร็วอินเตอร์เนทยังสูงสุดอยู่ที่ 56.6KB และราคาเนทที่ซื้อกันต่อชั่วโมงยังอยู่ที่เกือบ 10 บาท.. MP3 ไม่มี ทอร์เรนท์ยังไม่มา YouTube ยังไม่โผล่และ Google ยังไม่ปรากฏเป็นศัพท์ที่คนทั้งโลกเข้าใจ ... J-Rock เป็นของหายากค่ะ เมื่อหายาก ทำให้คนที่ชอบจะชอบจริงจังมาก (หายาก = รักมาก .. เกี่ยวกันมั้ย?) และพร้อมจะเข้าร่วมเมื่อมีกิจกรรมอะไรของ "คนคอเดียวกัน"

แต่ตอนนี้ เมื่อ "งานญี่ปุ่น" กลายเป็นของรายเดือน (หรือรายอาทิตย์?) ... แถมเป็นงานฟรี มันเหมือนไม่มีเหตุผลอีกต่อไปแล้วว่า "ทำไมชั้นจะต้องจ่าย?"

แล้วถ้าจะตอบคำถามว่า "ทำไมชั้นจะต้องจ่าย?" ... ก็มาต่อกันด้วยว่า "จะจัดงานเนี่ย ต้องทำอะไรบ้าง?"

ออกตัวไว้ก่อนว่า .. นี่เขียนจากประสบการณ์น้อยนิดของจขบ.คนเดียวนะคะ คนอื่นที่จัดงานก็อาจจะมีวิธีทำ/คิดที่เหมือนหรือต่างไปจากนี้ มันไม่มีอะไรผิดอะไรถูกหรอกค่ะ แค่แชร์สิ่งที่เคยๆ ทำและตอนนี้ก็ยังใช้หลักการคล้ายๆ กันนี้อยู่แค่นั้นเองค่ะ

1. คิดงาน
เนอะ จะจัดงานอะไรก็ต้องคิดก่อนเป็นธรรมดา ชื่องาน ธีมงาน เป้าหมายเป็นใคร กี่คน ทุนมีเท่าไหร่ ไม่มีจะหาจากไหน จะมีใครพอจะเป็นสปอนเซอร์ได้หรือไม่ หรือถ้าควักกันเองควักคนละเท่าไหร่ ทีมงานมีใคร ใครจะำทำอะไรบ้าง ในงานจะมีกิจกรรมอะไรบ้าง ฯลฯ ค่ะ สำหรับตัวเองส่วนใหญ่ขั้นนี้ของงานจะทำผ่านสายโทรศัพท์หรือบนโต๊ะอาหาร (กินไปคุยไป อิอิ) แต่ถ้าเป็นสมัยนี้ก็เกิดในห้องประชุมแล้วล่ะ

2. หาวง
อันนี้จะว่ายากก็ยาก จะว่า่ง่ายก็ง่าย ขึ้นกับว่าขอบเขตของงานจะแค่ไหน ตั้งเป้าไว้ที่กี่วง เล่นเพลงของอะไรบ้าง เมื่อก่อนเวบบอร์ดเกี่ยวกับ J-Rock วงต่างๆ ยังค่อนข้างรวมตัวกันหนาแน่น อย่างน้อยขี้หมูขี้หมา ห้อง J-Rock ในพันทิป (ที่ตอนนี้โดนเปลี่ยนชื่อเป็น J-Music U.U) ก็ยังมี หรือแปะห้อง "คนเล่นดนตรี" หรือห้อง "ดนตรี" ในสนุกก็ได้

แต่ตอนนี้ ความที่ตัวเองไม่ได้ไปคลุกคลีขนาดนั้นแล้ว เลยไม่รู้ว่าคนชอบ J-Rock เค้ารวมตัวกันอยู่ที่ไหน .. ซึ่งก็อาจจะต้องเป็นการบ้านสำหรับคนที่คิดจะจัดงานแบบนี้ให้ไปลองดูนะคะ

หาวงก็มีสองแบบ ถ้าวงน้อยแล้วรู้จักๆ กันอยู่แล้วก็อาจจะเอามาเล่นได้เลย แต่ถ้าเกิดอยากได้วงเยอะๆ หลากหลาย ก็อาจจะจัดออดิชั่น (โดยการประกาศไปหลายที่อย่างที่เขียนไว้ข้างบน)

ออดิชั่นก็แล้วแต่อีก วงเยอะก็อาจจะคัดจากเทป/ซีดีก่อน แล้วค่อยมาออดิชั่นสด หรือไม่งั้นก็ออดิชั่นสดกันไปเลย ก็คือจองห้องซ้อมซักที นัดกันมาจัดเวลาตามสมควร อาจจะเลือกเพลงบังคับหรือไม่ อันนี้แล้วแต่คนจัด

ข้อดีของการจัดออดิชั่นคือ .. บางครั้งเราจะเจอของดีที่ไม่รู้จักมาก่อน จำได้เลยว่าในการออดิชั่นครั้งนึง มีวงเล่นเพลงของ Rize ซึ่งตอนนั้น.. อี D.M. ไม่รู้จักวงต้นฉบับ รู้แต่ฝีมือดีโคตรร แล้วก็เพิ่งค้นพบว่าน้องที่คุยๆ กันอยู่มันร้องเพลงเพราะ และวงมันเล่น Siam Shade! โอ้ววว

ส่วนข้อเสียคือ.. วุ่นวายใช่ย่อย เพราะต้องคุมเวลาที่จองห้องซ้อมให้ดี .. ไม่อย่างนั้นสิ่งที่จะเสียไปคือ .. เงินค่ะเงิน ห้องซ้อมเค้าคิดเป็นชั่วโมงค่ะ (มีวงหนึ่งวงเคยทำให้พวกอิชั้นต้องเสียค่าห้องซ้อมฟรีสองชั่วโมงเพราะมัน "ตื่นสาย" มาแล้ว.. แง่ง)

ออดิชั่นเสร็จก็มาคัด ตรงนี้อยากบอกว่า ถ้าหาคนกลางมา "ช่วยฟัง" ได้ก็จะดีมาก เพราะบางทีคนจัดเองก็ไม่ได้รู้จักเพลง J-Rock ไปทุกวง แล้วถ้าคนจัดหรือคนคัดมีพื้นฐานดนตรีก็จะช่วยในการเลือกวงที่ "ดี" ได้เหมือนกัน ("ดี" ในที่นี้มันเป็นเืรื่องเฉพาะคนจริงๆ ค่ะ ถึงได้บอกว่า คัดเองคนเดียวหรือกลุ่มเดียว บางทีก็เสี่ยงเหมือนกัน)

เอาล่ะ หาวงได้แล้ว ขั้นต่อไป

3. หาสถานที่
เมื่อก่อน การหาสถานที่เป็นยาขมขั้นร้ายกาจของคนจัดงาน J-Rock เพราะกว่าจะหาได้ซักที่ (ไม่รวมที่ที่เคยจัดแล้วแล้วกลับไปอีก หรืองานอื่นเคยจัดแล้วไปจัดตาม) จะต้องตอบคำถามสามร้อยห้าสิบข้อ (เว่อร์) เกี่ยวกับงาน
- งานอะไร
- ใครจะมา
- คนกี่คน
- ฯลฯ
ซึ่งถ้าไปจัดตามผับโดยเลือกเวลากลางวัน สิ่งที่จะตามมาก็คือ
- กินข้าวหรือเปล่า? (ถ้ากินหมายความว่าเค้าต้องจ้างพ่อครัวเพิ่มให้มาตอนกลางวัน เราต้องจ่าย)
- กินน้ำหรือเปล่า? (วงเล็บเหมือนข้อหนึ่ง)
- กินเหล้าหรือเปล่า? (อันนี้เรื่องใหญ่ .. ยิ่งตอนนี้มีกฏห้ามขายในเวลา xx ถึง xx .. เพราะงั้น ไม่มีดีที่สุด)

อย่างที่บอกค่ะ สมัยก่อนงาน J-Rock ไม่เป็นที่รู้จักและถือเป็นของแปลก เราจะถูกจัดเป็นกลุ่มเดียวกับงาน "Metal" (ด้วยแนวเพลง บางครั้งต้องเอาเพลงไปเปิดให้เค้าฟังด้วยนะว่าเพลงแนวไหน) ซึ่งนั่นจะทำให้ถูกจัดเข้าสู่ "กลุ่มอัตราความเสี่ยงสูง" คือก้าวร้าว ตีกัน ทำลายของ (ทั้งที่ถ้ารู้จักงาน J-Rock จริงๆ จะรู้ว่าไม่เคยมีตีกันเลยยยย เขม่นกันนิดหน่อยแค่นั้นเอ๊งงง) ซึ่งเมื่อความเสี่ยงสูง.. นั่นจะนำไปสู่... แต่นแต๊นนน

"การจ่ายค่าประกันทรัพย์สินเสียหายล่วงหน้า"

ไม่รู้สมัยนี้ต้องจ่ายหรือเปล่า แต่เมื่อก่อน นอกจากค่าเช่าสถานที่ (สมัยตอนที่จัดคิดเป็นประมาณสามหมื่นต่อครั้ง) คนจัดยังต้องจ่ายค่าประกันเป็นจำนวนแล้วแต่ตกลงกัน .. ตอนนั้นจำได้ว่ากระเป๋าตังค์ของงานควักหนึบไปครึ่งแสน! ซึ่งจำนวนนี้ถ้าไม่เกิดอะไรขึ้นก็ได้คืนค่ะ แต่ถ้ามีอะไร ตั้งแต่แก้วแตก กระจกพัง ฯลฯ ก็หักไปตามค่าเสียหายจริง ...

ข้อควรระวัง (อย่างยิ่ง) ก็คือ .. สถานที่พวกนี้เค้ามองผู้จัดรายย่อยว่าเป็นลูกค้าขาจรตัวเล็กๆ นะคะ เพราะฉะนั้น "ถ้า" มีงานอะไรที่อยากเข้ามาจองสถานที่ของเขาในช่วงที่เราจองไปแล้ว แล้วมันดันเป็นงานที่ profile/profit สูงกว่า เป็นไปได้ที่เขาจะเขี่ยเราออกมาซะเฉยๆ (เคยโดนมาแล้ว อาทิตย์เดียวก่อนงานด้วย Y_Y) เพราะฉะนั้น หาที่สำรองคุยๆ ไว้ด้วยก็จะดี

เรื่องที่ต้องคิดเวลาเลือกสถานที่ นอกจากเรื่องราคาแล้วก็ยังมีเรื่อง condition ในการใช้ เค้าเปิดให้กี่โมง ต้องคืนที่กี่โมง (ถ้าจองกลางวันมักจะต้องคืนก่อนห้าโมงเย็น ซึ่งจะส่งผลต่อการจัดเวลางาน) ก่อนหน้านั้นมีการเปิดให้ซ้อม run through หรือเปล่า ที่ที่เช่ามารวมเครื่องดนตรีพื้นฐาน (กลอง/ลำโพง/ไมค์" หรือเปล่า มี sound en ให้ด้วยหรือเปล่า

อีกทีก็เป็นเรื่อง cleaning/security ค่ะ ราคาที่จ่ายเราต้องจ่ายค่าทำความสะอาดเพิ่มมั้ย ยามล่ะ ฯลฯ

อ้อ เรื่อง "การเดินทาง" ก็สำคัญมากๆ ค่ะ คนจะไปงานยังไง คนแต่งคอสล่ะ (เดินฝ่าแดดไปนี่ make up เยิ้มเลยนะ) ห้องเปลี่ยนชุดมีมั้ย หรือพื้นที่ที่จะใช้เปลี่ยนชุดได้มีมั้ย มีที่ถ่ายรูปหรือเปล่า (ถ้ามีจะจัดให้เก็บบัตรตรงไหน เพราะไ่ม่งั้นเดี๋ยวมีพวกมาถ่ายแต่ไม่จ่าย คนจัดชีช้ำ เอิ๊ก)

เอาล่ะ เมื่อได้วง ได้สถานที่แล้ว ก็เริ่มโปรโมทงานได้

4. หาคนไปงาน
ที่จริงตรงนี้มันก็คือ Promotion ซึ่งมันเริ่มมาตั้งแต่ก่อนหาวงแล้วล่ะ เอาธีมอะไรๆ ของงานมาเริ่มประกาศอย่างเป็นทางการว่างานจะมีจริงๆ แล้วนะ ที่ไหน ยังไง เมื่อไหร่ จังหวะนี้ก็จะมีเรื่องว่าโปสเตอร์โปรโมทมีมั้ย แปะที่ไหน บัตรเข้างานจะทำเป็นแบบไหน ใครออกแบบ พิมพ์บัตรที่ไหน พิมพ์แล้วจะไปวางขายที่ไหน วางเมื่อไหร่ กิจกรรมในงานที่คิดไว้ตั้งแต่ข้อ 1 จะมีรายละเอียดยังไง วงที่เล่นกี่วง เวลาเท่าไหร่ แต่ละวงใช้เวลาเซทเครื่องเท่าไหร่ (กรุณาเผื่อมากเป็นกรณีพิเศษถ้าเป็น Ardency .. กร๊าก) ระหว่างเซทเครื่องจะมีกิจกรรมอะไร ตรงนี้แหละที่จะเริ่มวางรายละเอียดเรื่องงานคอสเพลย์ ว่าจะมีมั้ย มียังไง กะว่าจะประกวดกี่คน ถ้าขึ้นระหว่างรอวงเซทเครื่องจะได้รอบละกี่คน คนเกินทำไง คนขาดทำไง มีเกมมั้ย ถ้ามีเกมอะไร เล่นยังไง ใช้อะไรบ้าง

ไปจนถึงรางวัลที่จะให้ รางวัลคอส รางวัลเกม ของที่ระลึกนักดนตรี ฯลฯ อาจจะดูเหมือนเยอะ แต่เอาเข้าจริงเวลาทำๆ ไปมันก็จะออกๆ มาเองแหละค่ะ

เมื่อก่อนงาน J-Rock ยังไงก็เอาดนตรีเป็นหลัก คอสเพลย์เ็ป็นรอง แต่ถ้าเป็นสมัยนี้เมื่อคอสเพลย์เฟื่องฟู คนจัดก็อาจจะต้องคิดต่อไปจนถึงว่า พื้นที่จัดงานจะมีส่วนไหนให้นักคอสถ่ายรูป จะตั้งจุดเก็บบัตรตรงไหน (กันพวกมาคอสแต่ไม่เข้างาน ซึ่งเมื่อก่อนไม่มี เอิ๊ก) ฯลฯ

เรื่องจำนวนคนคอส บางงานจะใช้วิธีให้ลงทะเบียนก่อนงาน "เท่านั้น" แต่จะบอกว่าถึงเวลาจริงๆ มันมักจะมีคนที่แต่งมาดีจนแบบ เราอยากให้ลงจังเลยทั้งๆ ที่เค้าไม่ได้ลงทะเีบียนมาก่อน ฯลฯ ก็ควรคิดเผื่อๆ ไว้หน่อยก็ดี

สุดท้าย ก็เป็นเรื่องของหน้างานแล้ว

5. On-Site Management .. (ใช้ภาษาไทยว่าไรดี?)
มันก็คือการจัดว่าคนจะเข้าทางไหน ออกทางไหน ถ้าสถานที่ใหญ่ๆ ก็ต้องพยายามดูว่าคนจะไหลไปอยู่ตรงไหนบ้าง มีตรงไหนที่เค้าห้ามเข้าหรือเปล่า ป้ายบอกทางต้องมีมั้ย หน้าประตูใครขายบัตร ใครเก็บตังค์ (สำคัญมากกกก)

ไปจนถึงเรื่องเวที .. ต้องมีคนคุมคิวเวทีซึ่งก็ต้องเตรียมล่วงหน้าอยู่แล้วว่าวงไหนขึ้นก่อน-หลัง แต่ละวงมีเวลาเท่าไหร่ เล่นกี่เพลง ถ้าเล่นยืดเยื้อทำไง (ไม่ได้โหดน๊าา แต่กินเวลาคนอื่นเค้าได้ไงล่าา) ยิ่งวางได้ละเอียดเท่าไหร่ยิ่งดีค่ะ คนคุมเวทีควรจะรู้คิวทุกอย่าง ต้องบอกพิธีกรได้ในกรณีพิธีกรลืมว่าคิวนี้ถึงไหน ต้องมี effect อะไรหรือไม่ยังไง ฯลฯ

เริ่มคิดไม่ออก รวบจบเลยละกัน ฮ่าๆ



พอพิมพ์ออกมายาวๆ อย่างนี้แล้วเลยเริ่มรู้สึกว่าที่จริงจัดงาน J-Rock มันก็เหมือนจัดงานทุกอย่างอ่ะ เพียงแต่งานมันอาจจะต้องใช้ทุนกับแรงใจมากนิดนึงเพราะมันอินดีส์แบบอินดีส์จริงๆ ไม่ใช่แบบ Fat ของป๋าเต็ดที่อินดีส์แบบวางมัดจำได้เป็นล้าน กร๊าก มันไม่ง่าย รายละเอียดเยอะ แต่มันก็ไม่ได้ยากเกินจัดการนะ ของอย่างนี้ต้องลองแล้วจะรู้ว่าเหนื่อยโฮก แต่มันส์โคตรรร แค่ไหน

ที่สำคัญก็.. ต้องจัดการบัญชีดีๆ ค่ะ งาน J-Rock ไม่ค่อยได้กำไรถ้าเทียบกับงานการ์ตูนที่จัดๆ กัน แต่ก็ไม่ควรจะทำให้ขาดทุน คำนวนต้นทุนกับจำนวนคนที่คาดว่าจะมากับราคาบัตรให้ดี แค่นี้ก็น่าจะโอแล้วล่ะ

ใครอยากจัด จัดเล้ย! เราอยากไป!! เอิ๊ก

(ขึ้นต้นกับลงท้ายมันไม่เหมือนกันยังไงพิกลอีกแล้วรึเปล่าเนี่ย? เหอ เหอ)


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ก็อย่างว่า...กระแส J-Rock มันน้อยกว่าการ์ตูนนี่เนอะ..

เอาล่ะ!! เราต้องยืนหยัดต่อไป.....โอ๊สสสส

#1 By 新くま†【真紅】...♬ on 2007-06-28 04:15

อยากออกความเห็นยาวแต่ตอนนี้ไม่ค่อยสะดวก แต่ตอนอ่านแอบคิดว่า เดี๋ยวนี้งานการ์ตูน ก็ไม่ใช่สิ่งที่รอคอยเหมือนสมัยก่อนเหมือนกันอ่ะ พี่แกจัดถล่มกันจนมันเฝือซะแล้ว หาความแตกต่างกันไม่เจอเลย

ส่วนตัวมิ้นว่างานที่ผ่านมาไม่ได้ไปนะ แต่จริงๆ จะแต่งคอส โกธิค โลลิต้า พังค์เที่ยวงาน ก็ยังโอเคนะ เพราะมันเป็นแฟชั่นอย่างนึง (ส่วนประกวดได้มั้ย ส่วนตัวมันขึ้นมิ้นคงไม่รุหรอกนึกว่าคอสวงอื่นมา) แต่คอสการ์ตูนมางานนี่มิ้นมองว่า คนเที่ยวงานพวกนี้ดูมันจะไม่คิดอะไรเหมาะอะไรควรเกินไปน่ะนะ (คห ส่วนตัวค่า)

#2 By (58.10.125.42) on 2007-06-28 08:00

ณ. ปัจจุบันนี้ ขอบอกเลยว่า จัดงาน J-Rock only แบบเมื่อก่อน "ยาก" แต่ไม่ได้บอกว่า "เป็นไปไม่ได้" ถ้ามีคนจัดจริงเราก็ไป แต่ถ้าให้จัดเองแบบเมื่อก่อน ไม่ไหวแร้ว...

เรื่องคอส มันแล้วแต่มุมมองจริงๆนะ ส่วนตัวเรา ถ้างาน J-Rock มันจะมีพังค์ โกธิค แต่ตัวแนวๆ แต่ไม่ได้ก๊อบมาซะเหมือน สำหรับเราถือว่าโอเค เพราะแต่ไหนแต่ไรมันก็เป็นแบบนี้มาอยู่แล้ว (ลองไปดูคนที่มาดูงาน J-Rock เมื่อก่อนดิ) แต่ถ้าคอสการ์ตูนแบบที่เห็นแล้ว เอ้อ เรื่องนั้นเรื่องนี้นี่นา มันก็แปลกๆอยู่น่ะ แต่ไม่ถึงกับร้ายแรง นะถ้าคอสเล่นๆมาชิลๆ แค่แปลกๆ แต่ถ้าขึ้นประกวดนี่ก็ อืม...น่าคิด แต่อย่างว่า บางครั้งคนจัดมันเลือกไม่ได้จริงๆ คนประกวดมันน้อย จะให้ขึ้นแค่สองสามคนมันก็จะดูโหวงเหวงเกิน ก็อาจจะต้องยอมทลายกฏระเบียบเพื่อให้คนปะรกวดมันดูฟูๆขึ้น ก็เป็นได้ (อันนี้แค่สันนิษฐานนะ) ก็ต้องดูกันต่อไป...

ป.ล. เห็นพวงกุญแจแล้วนึกได้ ของเราอยู่ไหนหว่า??

#3 By ★InSilence★ on 2007-06-28 09:20

Jrock โกธิค โลลิ ... มันน่าจะกลุ่มเดียวกันได้นะคะ หลายวงก็แต่งแนวนี้นา ถ้าแต่งไปเดินในงานไม่น่าจะว่าอะไร แต่ถ้าขึ้นเวที ขอความร่วมมือให้ cosplay jrock น่าจะโอเคกว่าน่า

แต่อย่างว่าค่ะ กลุ่ม jrock บ้านเราอาจไม่กว้างมากค่ะ เป็นซับเซทของ cosplay ที่ค่อนข้างเล็กค่ะ
จัดงานแล้ว จะไปไหม แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคนมากกว่าเนอะ ถ้ารุ่นเรา ๆ (รุ่นไหนหว่า) จัดที่ไหน เวลาไหนก็คงไม่มีปัญหาเนอะ แต่กลุ่มเด็กวัยเรียนในวงการก็เยอะเหมือนกันนะคะ ดึกไปหรือจัดที่ผับ ก็อาจลำบากหน่อยค่ะ

#4 By BeeJang on 2007-06-28 09:37

หว๋าหย๋ายย ยาววมากกกกกก ไว้จะปริ้นท์กลับไปอ่านบ้านนะคะ (บ้าๆ ล้อเล่นค่ะ เดี๋ยวกลับมาอ่านใหม่ตอนบ่ายๆค่ะ)

ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยเป็นคนจัดงานซะทีเดียว แค่เป็นทีมงานที่เคยจัดงานมาเท่านั้นเอง ส่วนตัวก็ผูกพันธ์กับงานปิดมาหลายปี ก็พอเข้าใจปัญหาและความยุ่งยากในการจัดงานเหมือนกันค่ะ เพราะตระหนักถึงปัญหาหลายๆอย่างถึงทำให้ไม่จัดงานเองซักที ไม่มีคนช่วยคิด ไม่มีคนช่วยทำงานเท่าไหร่ เลยยังไม่อยากลงมือทำโดยไม่คิดให้รอบคอบเสียก่อนค่ะ

ปล. วงที่เล่นสยามเชโดะอ่ะ วงเพื่อนเมโกะเองค่ะ (ที่นักร้องนำเป็นผู้หญิงอ่ะนะคะ)

เรื่องคอส"ประกวด" เข้าใจว่ามันต้องเน้นการดึงคน ให้ดูมีสีสันกับงาน เข้าใจว่าทางผู้จัดต้องดึงคนดูมากกว่าสิ่งอื่นใด แต่ไอ่เราเป็นคนดูมันก็.......นะคะ ขัดใจค่ะ..

ไว้บ่ายๆกลับมาอ่านใหม่ค่ะ

#5 By Meiko S. on 2007-06-28 09:40

*ตบเข่าฉาด* มันส์จริงๆพับผ่า!


อ่านจบแล้วได้ความรู้คู่คุณธรรมค่ะ*ฮา*

สมัยนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว~~ อันไหนมีแววจะได้เงินเยอะกว่าสปอนเซอร์ใหญ่ๆเค้าก็จัดอันน้าน ยิ่งสปอนเซอร์ใหญ่มากก็ยิ่งลามไปถึงการล็อก..อุ๊ปส์!..เลือกผู้ชนะเพื่อเซฟเงินบางส่วนได้....

(ตรงนี้หนูพูดรวมๆนะเคอะ ไม่ได้หมายถึงงานนี้ เพราะว่าไม่ได้ดูคอสเพลย์เลยอ่ะ ไม่ได้เห็นโฉมหน้าผู้ได้รับรางวัลเลย)


ส่วนเรื่องงานเจร็อค หนูว่ามันก็ยังเหมือนเดิม ที่ว่าเหมือนเดิมคือ นานน้านนนนนนนจะจัดซักที เมื่อก่อนนานยังไง เดี๋ยวนี้ก็ยังนานอย่างนั้น เพียงแต่ว่างานยุคนี้มันเปิดเนื้อเปิดตัวมากไปหน่อย ไม่ค่อยnicheเหมือนอย่างเมื่อก่อน

ถ้าอยากได้ที่ถูกใจ คงต้องไปงานที่เด็กเจร็อคจัดกันเองดูกันเอง

ไม่รู้ปีนี้จะมีอีกมั้ย แบบ Premiere Luna Sea
*ชอบอ่ะชอบบบ*

อย่างว่าแหละ เป็นชนกลุ่มน้อยต้องทำใจฮ่ะ

#6 By จด.*จรุ๊ฟส์* on 2007-06-28 10:26

พวงกุญแจสวยนะ อิอิ

#7 By kiyono on 2007-06-28 13:11

นั่นมีพาดพิง คริๆ ป้าแก่แร้วแต่ป้าชอบแต่งไม่ชอบประกวดหง่ะ

ก็คิดเมหอืนกันว่าเค้าคงอยากให้คนขึ้นประกวดเยอะๆ พอหา JROCK ไม่ได้เลยเอาคนที่คอสมาละกัน ประมาณนั้น

เรื่องจัดงาน ใครจัดก็เอาเลย เราจะไป XD

พวงกุญแจนั่นก็ยังอยู่ อิอิ

#8 By reafre on 2007-06-28 16:19

^
^
#5 อ้าว เพื่อนหนูนาเองเร้อ เดี๋ยวนี้พี่ก็ไม่ได้คุยเลยอ่ะ งึมๆ ช่วงนี้น้องๆ รุ่นนั้นทยอยกันรับปริญญาหมดแล้วเนอะ ใจหาย รู้จักกันตั้งแต่ยังใส่กระโปรงบานเรียนพิเศษอยู่เลยแท้ๆ

(เริ่มพูดเหมือนคนแก่แล้วสิเนี่ย)

#9 By D.M. on 2007-06-28 17:38

โอ้ ตามมาจากบล็อคเมโกะ.....
เป็นเล่นไปเด้อ เมโกะมาช่วยหลายงานอยู่ ^^;;
อยากให้จัด อยากให้มีอีก แต่โจทย์ยากกว่าแ่ต่ก่อนเยอะ

#10 By Angeltetsu (220.109.170.233) on 2007-06-28 23:50