Mainichi@MBK (อีกแล้ว!)
posted on 15 Oct 2006 01:23 by appassionata in clowning-cos
ใครที่หลงเข้ามาแล้วคิดว่าจะได้เห็นรูปจากงานนี้.. ปิ๊งป่อง! ยินดีด้วยค่ะ คุณเป็นผู้หลงกลในการตั้งชื่อเอนทรี่เป็นคนที่ ... (กรุณาระบุตัวเลขที่เหมาะสมเอาเอง ฮ่า) ...
แต่ว่า ช้าก่อน! ไม่ได้หมายความเราตั้งชื่อเอนทรี่มั่วซะทีเดียว เพราะจะเขียนเรื่องงาน Mainichi จริงๆ นะ
แต่จะเขียนถึง "ช่างภาพ" ในงานที่ไปเจอมาวันนี้ต่างหาก
ช่วงหลังๆ เราก็ไม่ใช่แฟนประจำของงาน mainichi ที่ MBK หรอก เพราะนอกจากงานและชีวิตที่ยุ่งเป็นลิงตีกันแล้ว ยังรู้สึกว่างานมันเริ่มซ้ำ คนคอสหน้าเริ่มช้ำ และบู๊ทที่มาออกก็เหมือนมากันแค่ขำๆ แถมเหมือนเป็นคำสาปที่งานนี้ฝนต้องตกทุกครั้ง เลยอาศัยว่างก็ไป ไม่ว่างก็เฉยๆ มานั่งดูรูปจากบล๊อกคนอื่นไป
แต่ตั้งแต่ครั้งก่อนๆ แล้ว ไปทีไรก็จะเจอพวก "ก้านยาว" ช่างภาพที่กล้องไฮโซ แต่มารยาทในการถ่ายภาพนี่มัน (เสก) โลโซชัดๆ เลย ให้ตาย
วันนี้ค่ะ ล่าสุด ก็เดินไปงานอย่างง่วงๆ มึนๆ หน้าไม่ได้แต่ง ตัวไม่ได้เติม (แล้วจะเติมอะไร!) เสื้อผ้าหน้าผมก็ง่วงๆ มึนๆ ตามตัวคนไปด้วย แค่ไม่ได้ใส่เสื้อยืดตัวกางเกงยีนส์ตัว แต่เปลี่ยนเป็นเสื้อกล้ามตัว สเว๊ตเตอร์ตัว แล้วยีนส์อีกตัวเท่านั้นแหละ (เหตุผลก็คือตอนแรกคาดว่าจะไปดูหนัง แล้วกลัวหนาว เลยแต่งซะเหมือนอยู่กลางธันวา ฮ่า)
แรกๆ ก็วี๊ดว๊าด ทักญาิติโกโหติกาไปตามเรื่อง คุยกันซะมากกว่าถ่ายรูป (เริ่มรู้สึกว่าไมนิจิเป็นงานรวมญาติไปแล้ว ฮ่า) จนใกล้ๆ จบงาน ไปยืนเมาท์แตกกันอยู่หน้าป้ายด้านเกือบๆ หลัง ก็มีกล้องบ้ากับคนหน้า (จงเติมคำในช่องว่าง) จ่อเข้ามาตรงหน้า
อิชั้นก็เดินหนิสิคะ เพราะคิดว่าจะถ่ายคนข้างๆ ทั้งสองคน (ก็มันน่าถ่ายกว่าเราตั้งเยอะ)
ปรากฏว่า แม่งตาม!
หลบไปอีกด้านแม่งก็ยังตาม
ครือ ขอโทษเหอะ แค่เดินหลบรอบแรกแล้วเนี่ย ยังไม่มีปัญญาในสมองน้อยๆ จะคิดเหรอคะ ว่าคนเค้าไม่อยากให้ถ่ายน่ะ
หรือว่าสมองที่มีมันหมดไปกับเงินที่ใช้ในการซื้อกล้องซื้อเลนส์มาข่มกันหมดแล้ว?
ยัง ยังไม่เลิก ปรากฏว่าเค้าเป็นคน (เกือบ) รู้จักของพี่ที่ร๊าก (ใครชื่อที่ร๊าก ?_?) เลย.. เออ จะถ่ายก็ถ่ายไปเหอะ แต่ก็ยืนให้ถ่ายแค่รูปเดียวแล้วก็หลบฉาก
อีกซักห้านาทีต่อมา เดินไปอีกมุม
ไอ้ (-่า) นี่ก็เดินตามมาอีก!
เฮ้ย งานไมนิจิไม่กว้างมากก็จริง แต่ช่วยใช้ขาตัวเองพาร่างเดินไปถ่ายคนที่เค้าัตั้งใจคอสๆ กันมางานได้มั้ย
ตอนนั้นก็หงุดหงิดเต็มที่แล้วล่ะ เพราะคุยกับพี่ที่ร๊ากก็พบว่า ไม่ได้สนิทชิดเชื้อแต่ประการใด เป็นแค่คนห้องกล้องที่บังเอิญไปรู้จักกัน
เลยไม่ยั้งปากแล้วค่ะ บอกไปตรงๆ เลย (เพราะเมื่อกี้บอกไปแล้วรอบนึงว่าไม่ให้ถ่าย) "บอกว่าไม่ให้ถ่ายไงคะ นี่คนห้องกล้องเป็นอย่างนี้กันหมดรึเปล่า?"
อีกซักระยะก็มีอีกคน มายกกล้องในระยะสี่เมตรครึ่ง แต่เป็นจังหวะที่เราหันไปพอดี ... ก็ส่ายหน้า โบกมือใส่
แต่รายนี้ดีหน่อยค่ะ พอส่ายหน้า ก็ลดกล้องไปแต่โดยดี
อีกอึดใจใหญ่ๆ ต่อมา .. เอาอีกแล้ว! คราวนี้คนใหม่ เราประมาณว่ากำลังยืนเมาท์ๆ คิดๆ กันอยู่ว่าจะอยู่ต่อหรือจะไปหาอะไรกินหรือไปไหนดี ไอ้บ้านี่ก็มายกกล้องจ่อหน้าในระยะต่ำกว่าสองเมตร
ฉุนขาดค่ะ (มันจ่อแบบ..ประชิดมาก) เลยเอามือปิดหน้ากล้องมันเลย "ไม่คอสค่ะ ไ่ม่ให้ถ่าย"
มันอึ้งไปหนึ่งยก (แก๊ง! ยกนี้ D.M. ชนะ ..ฮ่า) แล้วมีการพูดออกมาได้ว่า "ผมจะถ่ายคนนั้น" (ชี้ไปทางคอสเพลย์เยอร์อีกคนที่หันหลังอยู่)
เอ่อ คุณเมิงจะถ่ายหลังเค้าเหรอคะ ทางที่คุณเมิงชี้ไปน่ะ p.i.c. อิชั้นยืนบังเลเยอร์คนนั้นอย่างมิด
(เข้าทำนอง จะแก้ต่างทั้งทีหาข้อแก้ตัวให้ดีกว่านั้นก็ไม่ได้)
เฮ้อ... กรูจะเซ็งพวกผู้ชายห้องกล้อง
เปล่านะ ฉันไม่ได้จะเหมา เพราะฉันก็รู้จักคนห้องกล้องอีกหลายคนที่ "พูดรู้เรื่อง" กล่าวคือ เมื่อเดินหนีก็รู้เรื่องว่าไม่อยากให้ถ่ายก็ไม่ตื้อต่อ เมื่อยกกล้องแล้วเราส่ายหน้าก็รู้เรื่องว่าไม่ชอบเป็นดาราหน้ากล้องขนาดนั้น ก็เดินจากไป หรือถ้าเมื่อไหร่ที่เรานึกครึ้มยอมให้ถ่ายได้ ก็เลือกถ่ายทั้งตัวและชุด (ที่เราว่าธรรมดา แต่แถวบ้านเค้าอาจจะไม่เคยเห็น) แล้วก็คำนับขอบคุณซักเล็กน้อยให้เป็นเรื่องเป็นราว
แต่มันก็ยังมีพวก "ขอแจม" อีกหลายหน่วย ที่พูดให้ตายยังไงก็ไม่รู้เรื่อง เดินหนีแล้วก็ยังตาม ส่ายหน้าแล้วแม่งก็ยังยกกล้อง แถมยิ่งแย่กว่านั้นคือแอบถ่ายแล้วมีการเอาไปอวดกันอีกต่างหากน่ะ
ก็เข้าใจหรอก ด้วยที่คนพวกนี้วันๆ เอาแต่เล่นกล้องี้ ไม่ค่อยได้ออกไปเจอแสงสีไม่ค่อยมีคนหน้าตาเกินมาตรฐานมาเป็นแบบให้ พอเจองานที่มีคนหน้าตา(เกือบ)ดีเป็นส่วนใหญ่มารวมตัวกันแล้ว มันเลยเกิดตื่นเต้นกล้ามเนื้อนิ้วมือกระตุก จำเป็นต้องคว้ากล้องออกมาถ่าย
หลายคนมาถ่ายแบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ งานเค้าจะเน้นคอสเน้นชุดหรือเน้นห่าเหวอะไรผมไม่สนใจหรอกครับ ผมถ่ายเป็่นแต่พอร์เทรทผมก็จะถ่ายแม่งมันงั้นแหละ
หลายคนก็สวมวิญญาณจากชาติที่แล้วที่ชอบแอบถ่ายนักศึกษาในห้องน้ำ มาทำเนียนถ่ายคนที่ไม่ได้ตั้งตัว แล้วอ้างว่าอยากได้ภาพ "แคนดิด"
ขอโทษนะคุณ ปกติแล้ว "แคนดิด" เนี่ย มันต้องคนสนิทๆ กันถ่าย ไม่อย่างนั้นก็ช่างภาพที่ได้รับมอบหมายโดยเฉพาะของงานหรืออะไรอย่างนั้น
ถ้าถ่ายแคนดิดโดยไม่ได้ัรับอนุญาต .. เค้าเรียกว่า "ปาปารัสซี่"
ถ้าคำเรียกว่าปาปารัสซี่ทำให้คนพวกนี้ภูมิใจ ก็เอาเหอะ ก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วเหมือนกัน
ที่ทำให้ D.M. หงุดหงิดมาก ก็เพราะว่าเรารู้สึกว่าโดนละเมิดความเป็นส่วนตัวจากคนพวกนี้ค่ะ อาจจะเพราะเราไม่เคยรู้สึกว่าเค้าเป็น "พวกเรา" และจุดประสงค์ในการมาถ่ายภาพงานคอสก็ไม่ใช่เพราะชอบและชื่นชมในการละเล่นชนิดนี้ แต่เป็นเพราะอยากถ่ายไป "อวด" ฝีมือต่อคนประเภทเดียวกันมากกว่า
เราถือว่า ไม่ว่าคุณจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของงานไหนก็ตาม จำเป็นอย่างยิ่งที่คุณต้องทำความเข้าใจ "ธรรมชาติ" ของงานนั้นๆ และคนที่ไปร่วมงานนั้นๆ ว่าเขาทำตัวกันยังไง
เข้ามาถ่ายเอาแต่ได้ แล้วก็ไปแปะรูปโคลสหน้า (หรืออวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกาย) แบบนี้ ...
คุณแม่ไม่ปลื้ม จบ!
ป.ล. ... คุณเมิงทั้งหลายเอ๊ย อย่าให้ได้เห็นรูปไม่เหมาะไม่ควรในพันติ๊บเชียวนะเมิง .. ได้โดนยึดอมยิ้มกันมั่งล่ะ ยิ่งอารมณ์ไม่ค่อยดี เหอ เหอ
more-over
แต่ว่า ช้าก่อน! ไม่ได้หมายความเราตั้งชื่อเอนทรี่มั่วซะทีเดียว เพราะจะเขียนเรื่องงาน Mainichi จริงๆ นะ
แต่จะเขียนถึง "ช่างภาพ" ในงานที่ไปเจอมาวันนี้ต่างหาก
ช่วงหลังๆ เราก็ไม่ใช่แฟนประจำของงาน mainichi ที่ MBK หรอก เพราะนอกจากงานและชีวิตที่ยุ่งเป็นลิงตีกันแล้ว ยังรู้สึกว่างานมันเริ่มซ้ำ คนคอสหน้าเริ่มช้ำ และบู๊ทที่มาออกก็เหมือนมากันแค่ขำๆ แถมเหมือนเป็นคำสาปที่งานนี้ฝนต้องตกทุกครั้ง เลยอาศัยว่างก็ไป ไม่ว่างก็เฉยๆ มานั่งดูรูปจากบล๊อกคนอื่นไป
แต่ตั้งแต่ครั้งก่อนๆ แล้ว ไปทีไรก็จะเจอพวก "ก้านยาว" ช่างภาพที่กล้องไฮโซ แต่มารยาทในการถ่ายภาพนี่มัน (เสก) โลโซชัดๆ เลย ให้ตาย
วันนี้ค่ะ ล่าสุด ก็เดินไปงานอย่างง่วงๆ มึนๆ หน้าไม่ได้แต่ง ตัวไม่ได้เติม (แล้วจะเติมอะไร!) เสื้อผ้าหน้าผมก็ง่วงๆ มึนๆ ตามตัวคนไปด้วย แค่ไม่ได้ใส่เสื้อยืดตัวกางเกงยีนส์ตัว แต่เปลี่ยนเป็นเสื้อกล้ามตัว สเว๊ตเตอร์ตัว แล้วยีนส์อีกตัวเท่านั้นแหละ (เหตุผลก็คือตอนแรกคาดว่าจะไปดูหนัง แล้วกลัวหนาว เลยแต่งซะเหมือนอยู่กลางธันวา ฮ่า)
แรกๆ ก็วี๊ดว๊าด ทักญาิติโกโหติกาไปตามเรื่อง คุยกันซะมากกว่าถ่ายรูป (เริ่มรู้สึกว่าไมนิจิเป็นงานรวมญาติไปแล้ว ฮ่า) จนใกล้ๆ จบงาน ไปยืนเมาท์แตกกันอยู่หน้าป้ายด้านเกือบๆ หลัง ก็มีกล้องบ้ากับคนหน้า (จงเติมคำในช่องว่าง) จ่อเข้ามาตรงหน้า
อิชั้นก็เดินหนิสิคะ เพราะคิดว่าจะถ่ายคนข้างๆ ทั้งสองคน (ก็มันน่าถ่ายกว่าเราตั้งเยอะ)
ปรากฏว่า แม่งตาม!
หลบไปอีกด้านแม่งก็ยังตาม
ครือ ขอโทษเหอะ แค่เดินหลบรอบแรกแล้วเนี่ย ยังไม่มีปัญญาในสมองน้อยๆ จะคิดเหรอคะ ว่าคนเค้าไม่อยากให้ถ่ายน่ะ
หรือว่าสมองที่มีมันหมดไปกับเงินที่ใช้ในการซื้อกล้องซื้อเลนส์มาข่มกันหมดแล้ว?
ยัง ยังไม่เลิก ปรากฏว่าเค้าเป็นคน (เกือบ) รู้จักของพี่ที่ร๊าก (ใครชื่อที่ร๊าก ?_?) เลย.. เออ จะถ่ายก็ถ่ายไปเหอะ แต่ก็ยืนให้ถ่ายแค่รูปเดียวแล้วก็หลบฉาก
อีกซักห้านาทีต่อมา เดินไปอีกมุม
ไอ้ (-่า) นี่ก็เดินตามมาอีก!
เฮ้ย งานไมนิจิไม่กว้างมากก็จริง แต่ช่วยใช้ขาตัวเองพาร่างเดินไปถ่ายคนที่เค้าัตั้งใจคอสๆ กันมางานได้มั้ย
ตอนนั้นก็หงุดหงิดเต็มที่แล้วล่ะ เพราะคุยกับพี่ที่ร๊ากก็พบว่า ไม่ได้สนิทชิดเชื้อแต่ประการใด เป็นแค่คนห้องกล้องที่บังเอิญไปรู้จักกัน
เลยไม่ยั้งปากแล้วค่ะ บอกไปตรงๆ เลย (เพราะเมื่อกี้บอกไปแล้วรอบนึงว่าไม่ให้ถ่าย) "บอกว่าไม่ให้ถ่ายไงคะ นี่คนห้องกล้องเป็นอย่างนี้กันหมดรึเปล่า?"
อีกซักระยะก็มีอีกคน มายกกล้องในระยะสี่เมตรครึ่ง แต่เป็นจังหวะที่เราหันไปพอดี ... ก็ส่ายหน้า โบกมือใส่
แต่รายนี้ดีหน่อยค่ะ พอส่ายหน้า ก็ลดกล้องไปแต่โดยดี
อีกอึดใจใหญ่ๆ ต่อมา .. เอาอีกแล้ว! คราวนี้คนใหม่ เราประมาณว่ากำลังยืนเมาท์ๆ คิดๆ กันอยู่ว่าจะอยู่ต่อหรือจะไปหาอะไรกินหรือไปไหนดี ไอ้บ้านี่ก็มายกกล้องจ่อหน้าในระยะต่ำกว่าสองเมตร
ฉุนขาดค่ะ (มันจ่อแบบ..ประชิดมาก) เลยเอามือปิดหน้ากล้องมันเลย "ไม่คอสค่ะ ไ่ม่ให้ถ่าย"
มันอึ้งไปหนึ่งยก (แก๊ง! ยกนี้ D.M. ชนะ ..ฮ่า) แล้วมีการพูดออกมาได้ว่า "ผมจะถ่ายคนนั้น" (ชี้ไปทางคอสเพลย์เยอร์อีกคนที่หันหลังอยู่)
เอ่อ คุณเมิงจะถ่ายหลังเค้าเหรอคะ ทางที่คุณเมิงชี้ไปน่ะ p.i.c. อิชั้นยืนบังเลเยอร์คนนั้นอย่างมิด
(เข้าทำนอง จะแก้ต่างทั้งทีหาข้อแก้ตัวให้ดีกว่านั้นก็ไม่ได้)
เฮ้อ... กรูจะเซ็งพวกผู้ชายห้องกล้อง
เปล่านะ ฉันไม่ได้จะเหมา เพราะฉันก็รู้จักคนห้องกล้องอีกหลายคนที่ "พูดรู้เรื่อง" กล่าวคือ เมื่อเดินหนีก็รู้เรื่องว่าไม่อยากให้ถ่ายก็ไม่ตื้อต่อ เมื่อยกกล้องแล้วเราส่ายหน้าก็รู้เรื่องว่าไม่ชอบเป็นดาราหน้ากล้องขนาดนั้น ก็เดินจากไป หรือถ้าเมื่อไหร่ที่เรานึกครึ้มยอมให้ถ่ายได้ ก็เลือกถ่ายทั้งตัวและชุด (ที่เราว่าธรรมดา แต่แถวบ้านเค้าอาจจะไม่เคยเห็น) แล้วก็คำนับขอบคุณซักเล็กน้อยให้เป็นเรื่องเป็นราว
แต่มันก็ยังมีพวก "ขอแจม" อีกหลายหน่วย ที่พูดให้ตายยังไงก็ไม่รู้เรื่อง เดินหนีแล้วก็ยังตาม ส่ายหน้าแล้วแม่งก็ยังยกกล้อง แถมยิ่งแย่กว่านั้นคือแอบถ่ายแล้วมีการเอาไปอวดกันอีกต่างหากน่ะ
ก็เข้าใจหรอก ด้วยที่คนพวกนี้วันๆ เอาแต่เล่นกล้องี้ ไม่ค่อยได้ออกไปเจอแสงสีไม่ค่อยมีคนหน้าตาเกินมาตรฐานมาเป็นแบบให้ พอเจองานที่มีคนหน้าตา(เกือบ)ดีเป็นส่วนใหญ่มารวมตัวกันแล้ว มันเลยเกิดตื่นเต้นกล้ามเนื้อนิ้วมือกระตุก จำเป็นต้องคว้ากล้องออกมาถ่าย
หลายคนมาถ่ายแบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ งานเค้าจะเน้นคอสเน้นชุดหรือเน้นห่าเหวอะไรผมไม่สนใจหรอกครับ ผมถ่ายเป็่นแต่พอร์เทรทผมก็จะถ่ายแม่งมันงั้นแหละ
หลายคนก็สวมวิญญาณจากชาติที่แล้วที่ชอบแอบถ่ายนักศึกษาในห้องน้ำ มาทำเนียนถ่ายคนที่ไม่ได้ตั้งตัว แล้วอ้างว่าอยากได้ภาพ "แคนดิด"
ขอโทษนะคุณ ปกติแล้ว "แคนดิด" เนี่ย มันต้องคนสนิทๆ กันถ่าย ไม่อย่างนั้นก็ช่างภาพที่ได้รับมอบหมายโดยเฉพาะของงานหรืออะไรอย่างนั้น
ถ้าถ่ายแคนดิดโดยไม่ได้ัรับอนุญาต .. เค้าเรียกว่า "ปาปารัสซี่"
ถ้าคำเรียกว่าปาปารัสซี่ทำให้คนพวกนี้ภูมิใจ ก็เอาเหอะ ก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วเหมือนกัน
ที่ทำให้ D.M. หงุดหงิดมาก ก็เพราะว่าเรารู้สึกว่าโดนละเมิดความเป็นส่วนตัวจากคนพวกนี้ค่ะ อาจจะเพราะเราไม่เคยรู้สึกว่าเค้าเป็น "พวกเรา" และจุดประสงค์ในการมาถ่ายภาพงานคอสก็ไม่ใช่เพราะชอบและชื่นชมในการละเล่นชนิดนี้ แต่เป็นเพราะอยากถ่ายไป "อวด" ฝีมือต่อคนประเภทเดียวกันมากกว่า
เราถือว่า ไม่ว่าคุณจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของงานไหนก็ตาม จำเป็นอย่างยิ่งที่คุณต้องทำความเข้าใจ "ธรรมชาติ" ของงานนั้นๆ และคนที่ไปร่วมงานนั้นๆ ว่าเขาทำตัวกันยังไง
เข้ามาถ่ายเอาแต่ได้ แล้วก็ไปแปะรูปโคลสหน้า (หรืออวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกาย) แบบนี้ ...
คุณแม่ไม่ปลื้ม จบ!
ป.ล. ... คุณเมิงทั้งหลายเอ๊ย อย่าให้ได้เห็นรูปไม่เหมาะไม่ควรในพันติ๊บเชียวนะเมิง .. ได้โดนยึดอมยิ้มกันมั่งล่ะ ยิ่งอารมณ์ไม่ค่อยดี เหอ เหอ
- - - - - - -
more-over
- เพิ่งรู้ตัวว่าดองบล๊อกไว้จนเค็มปี๋ อีกนิดเดียวคาดว่าจะเน่า เอิ๊ก
- มีเด็กที่ไหนไม่รู้แซวว่าบ๊อกนี้เป็น "บล็อคลึกลับ ขึ้นดาวส้มว่าอัพแต่อ่านไม่ได้ XD"...ครือ พี่เป็นเจ้าแม่ draft น่ะคุณน้อง เขียนไม่จบซักอัน ซวยไปนะเคอะ
- มีรูปงานนี้ในกล้องทั้งหมด.......สิบรูปถ้วน! - -" ยังขี้เกียจเปิดโฟโต้ชอป ต๊ะไว้ก่อนละกัน
- - - - - - -
sometimes i really wonder
on which position should i be?
should i be angry? should i be sad?
should i just scream out loud and get it done and over with?
or should i just accept it,
know that there's nothing i can do to change it,
and let it be?
on which position should i be?
should i be angry? should i be sad?
should i just scream out loud and get it done and over with?
or should i just accept it,
know that there's nothing i can do to change it,
and let it be?
Tags: cosplay, etiquette, photo16 Comments
เขียนได้จริงและเจ็บเหน็บในเวลาเดียวกัน
(เจอแบบนี้ก็ไม่ไหว ยิ่งพวกชอบแอบส่องอะ >_<)
#1 By เฟย เฟย >> Pandy-DoG ~* on 2006-10-15 02:24